“ก้าวไกล” ทำฮือฮา! ส่ง “ส.ส.วิโรจน์” ลงชิงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม.

MALI

“ก้าวไกล” ส่งเสาหลัก “วิโรจน์” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

พรรคก้าวไกล แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ภายใต้สโลแกน “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม ถึงเวลาเลือกผู้ว่าฯ ที่พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพฯ” โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกถึงเหตุผลที่เลือก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า ไม่มีใครคนไหนมีดีเอ็นเอของความเป็นก้าวไกลชัดที่สุด คนที่ผมจะเชื่อมั่นได้อย่างสนิทใจว่าเขาจะเอาผลประโยชน์ของคนกรุงเทพมหานครเป็นที่ตั้ง วันนี้ผมตัดสินใจครั้งสำคัญเอาเสาหลักของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผมมาตั้งแต่อนาคตใหม่ ขอดึงเสาต้นนี้ที่เป็นเสาหลักของในสภา มาปักลงตรงกลางกรุงเทพมหานคร ทำงานเพื่อประชาชนให้กับคนกรุงเทพมหานคร ขอเสียงปรบมือดังๆ ยาวๆ ต้อนรับเพื่อนรักของผมคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

ขณะที่นายวิโรจน์ ประกาศ 3 ข้อ ที่ตั้งใจอาสามาทำงานโดยชนกับปัญหา ว่า ต้องพูดถึงประโยคประโยคหนึ่งที่บอกว่าหมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม ถึงเวลาเลือกผู้ว่าฯ ที่พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพฯ หลายคนตั้งข้อสงสัย ว่าทำไมต้องชนทำไมไม่ประสาน ทำไมไม่ร่วมมือ ผมต้องตั้งคำถามดังๆ ว่ากับส่วยกรุงเทพฯ จะร่วมมืออย่างไร กับส่วยกรุงเทพจะให้ผู้ว่าฯ ประสานอย่างไร ต้องชนและกำจัดอย่างเดียว

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ส่วยกรุงเทพมหานครกัดกินตั้งแต่ ชาวบ้านตาดำๆ พ่อค้าแม่ขายรายเล็กๆ โดนรีดไถ่ที 3-5 พันบาท จนมาถึงผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการใครทำงานก่อสร้างอสังหารู้ดีกับการขอใบอนุญาตที่มีตั้ง 48 รายการ ค่าน้ำมันหล่อลื่น ค่าน้ำร้อนน้ำชา หลักหมื่นหลักแสน ไม่ใช่น้อยๆ รวมๆ กันทั้งปี มีการประเมินว่าขั้นต่ำสุด 5,000 ล้านบาท ขั้นสูงสุดไต่ไปถึง 15,000 ล้านบาท งบฯ กทม. 100,000 ล้าน ถ้าส่วน 15,000 ล้านบาท หมายความว่า ส่วยกรุงเทพมีถึง 15 เปอร์เซ็นต์ การใช้ชีวิตค่าครองชีพแพงอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่คนกรุงเทพฯ ต้องจ่ายค่าครองชีพให้กับผู้ใดอีก

“ผมตั้งคำถามอย่างนี้ นี่คือเรื่องที่เราต้องชนใช่ไหม ไม่ต้องห่วงว่าว่าผมจะทำงานกับข้าราชการไม่ได้ เพราะข้าราชการที่ดีมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เขาพร้อมทำงานกับผู้ว่าฯ ที่ตรงไปตรงมา ถ้าผู้ว่าฯ ชื่อวิโรจน์ กรุงเทพฯ ที่มาจากพรรคก้าวไกล ผมบอกไว้ตรงนี้ว่ากรุงเทพต้องหยุดไถทันที และถ้าใครมีหลักฐานส่งมา ผมจะลากคอมาลงโทษให้ดู” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องที่สอง คือระบบราชการส่วนกลาง และหน่วยงานที่ยัวเยี้ยไปหมด ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดโควิดระบาดในกรุงเทพฯ ทำให้คนกรุงเทพรู้ว่า กรุงเทพไม่ได้ขาดแคลนหมอ กรุงเทพไม่ได้ขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ทันสมัย กรุงเทพไม่ได้ขาดโรงพยาบาลระดับโรงเรียนแพทย์ แต่กรุงเทพขาดอะไร ขาดระบบสาธารณสุขที่ดี

นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องที่สามเรื่องใหญ่ที่ต้องชน คือชนกับนายทุน ผู้ว่าฯ ต้องพร้อมเป็นกันชนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ ไม่ให้คนกรุงเทพถูกเอาเปรียบถูกสูบเลือดสูบเนื้อจากนายทุน ปัญหานี้ยกตัวอย่างได้ง่ายที่สุด ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพง ทั้งนี้คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการผู้ว่าฯ ที่สร้างรถไฟฟ้า แต่คนกรุงเทพฯ ต้องการผู้ว่าฯ ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟฟ้าได้ต่างหาก ถ้าผู้ว่าฯ ชื่อวิโรจน์ ผมรู้ว่ามีอำนาจจำกัด มีสายสีเขียวสีเดียวอยู่ในมือ แต่พวกเราทุกคนก็รู้ใช่หรือไม่ ว่าสายสีเขียวส่วนต่อขยายทุกวันนี้เป็นสัญญาลึกลับดำมืด ที่ไม่มีใครรู้ อย่างน้อยผู้ว่าฯ ที่ชื่อวิโรจน์นี้จะเปิดเผยสัญญาฉบับนี้ทันที

ส่วนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อใด นายวิโรจน์ กล่าวว่า จะทำงานในฐานะ ส.ส. ในคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เรื่องที่ประชุมอธิบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) จัดสอบก่อน เป็นงานสุดท้ายและในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) จะเริ่มลงพื้นที่ กทม. โดยจะไปดูที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนขณะข้ามทางม้าลายเสียชีวิตที่พญาไท

ขณะที่บรรยากาศการเปิดตัวเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกล ถ่ายรูปร่วมกันด้วย โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า ได้เตรียมทีมทำงานการเมือง กทม.มาแล้วกว่า 1 ปี

Next Post

ประชุมสภา ส่อเค้าวุ่นอีก! ส.ส.พลังประชารัฐ อาจต้องกักตัว สัปดาห์นี้จ่อขอเลื่อน

“นิโรธ สุนทรเลขา” ประธานวิปรัฐบาล แจ้ง […]

คุณอาจชอบ