ตร.ลุยดำเนินคดี6กลุ่มม็อบชุมนุมหน้าศาลอาญา

KANDA

รองผบช.น.เผยเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. จำนวน 6 กลุ่ม ชี้กลุ่มที่ใช้อาวุธปืน และลูกเหล็ก ยิงใส่รถราชการ จะพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่หน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 6 มี.ค.เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่1 กลุ่มของ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โต้โต้ กับพวก 18 คน ความผิดข้อหา สมคบตั้งแต่ 5 คน เพื่อเตรียมการกระทำการกระทำผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งตำรวจได้จับกุมตามความผิดซึ่งหน้า จึงไม่จำเป็นต้องใช้หมายจับ

กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ที่ถูกควบคุมตัวและหลบหนีไปจากรถควบคุมของเจ้าพนักงาน รวม 24 คน จะมีความผิดเพิ่มเติม ฐานหลบหนีจากการควบคุมตัว แม้ว่าได้เข้ามาแสดงตัวต่อตำรวจนครบาลพหลโยธินแล้ว แต่จะต้องพิสูจน์ทราบว่ามีการหลบหนีจริงหรือไม่ หากพบเป็นกลุ่มที่หลบหนีจริง จะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง และยังมีผู้ต้องหาบางส่วนยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียกเช่นกัน

กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ที่ทุบทำลายรถของทางราชการ และร่วมกันชิงตัวผู้ต้องหา ทำร้ายเจ้าพนักงาน และชิงทรัพย์ ก็จะมีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกควบคุม ให้หลุดพ้นไปจากการควบคุมของเจ้าพนักงาน และถ้าปรากฎว่าผู้ชุมนุมคนหนึ่งคนใดในกลุ่มนั้นทำลายทรัพย์สิน และทำร้ายเจ้าพนักงานก็จะมีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานเพิ่มเติมด้วย

กลุ่มที่ 4 กลุ่มผู้ที่ทุบทำลายแนวรั้ว ซึ่งเป็นทรัพย์สินราชการของศาลอาญา รวมทั้งนำสิ่งต่าง ๆ มาเผา รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์ และบุกรุกศาลอาญา จะมีความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน และบางส่วนผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และจะพิจารณาว่า จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 ด้วยหรือไม่

  • "อนุทิน"ยอมรับอาจขอสลับเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคร่วมฯ
  • แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯนัดมวลชนแต่งดำชุมนุมหน้าศาลอาญา4โมงเย็น

กลุ่มที่ 5 กลุ่มผู้ชุมนุมอื่น ๆ ก็จะเข้าข่ายผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ

กลุ่มที่ 6 กลุ่มที่ใช้อาวุธปืน และลูกเหล็ก ยิงใส่รถราชการ จะพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีที่นายปิยรัฐ อ้างว่า ทรัพย์สินส่วนหนึ่งสูญหายขณะถูกตำรวจเข้าจับกุมนั้น จากการสอบถามนายปิยรัฐ ทราบว่าซ่อนทรัพย์สินไว้ใต้เบาะด้านหน้ารถ และมีการพิสูจน์ทราบแล้วพบทรัพย์สินของนายปิยรัฐทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง

อย่างไรก็ตาม ในวันเกิดเหตุ พบว่ามีการชิงของกลางบางส่วน และชิงทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วย ซึ่งจะต้องมีการตั้งกรรมการตรวจสอบอีกครั้ง โดยในส่วนทรัพย์สินของตำรวจที่หายไป มีทั้งโทรศัพท์มือถือ พระเลี่ยมทอง สร้อยคอ ยังต้องรอให้เจ้าของที่อยู่ระหว่างการพักรักษาตัวเข้าแจ้งความในภายหลัง

สำหรับการนัดชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครในวันนี้ โดยเฉพาะหน้าศาลอาญา เรือนจำ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ จัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ดูแลความเรียบร้อยในการดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ให้กระทบประชาชนทั่วไปแล้ว

รองผบช.น.เตือนว่า ขณะนี้ ในเขตกรุงเทพฯ ยังมีประกาศห้ามชุมนุม ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ดังนั้น การชุมนุมทุกพื้นที่ จะมีความผิดตามกฎหมาย

Next Post

ครม.เบรกเที่ยวด้วยกันเฟส3 ให้ไปแก้โกงให้ได้ก่อน

ครม.รับไม่ได้โกงเราเที่ยวด้วยกันแก้ไม่ตก ยังไม่อนุ […]