ตามคาด! “อุตตม” นั่งหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ดัน “สมคิด” แคนดิเดตนายกฯ

MALI

มาตามคาด! “อุตตม” นั่งหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ประกาศนโยบาย 5 สร้าง ผลักดัน “สมคิด” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (20 เม.ย.) ที่ประชุมใหญ่สามัญพรรคสร้างอนาคตไทย มีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 16 คน ประกอบด้วย

  • นายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค
  • นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค
  • นายสันติ กีระนันทน์ เป็นเหรัญญิกพรรค
  • นายนิทัศน์ ประทักษ์ไจ เป็นนายทะเบียนพรรค

สำหรับกรรมการบริหารพรรคอีก 12 คน ได้แก่

  • นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
  • นายสุพล ฟองงาม
  • นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ
  • นายวิเชียร ชวลิต
  • นายนริศ เชยกลิ่น
  • นายวัชระ กรรณิการ์
  • นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ
  • นายวิรัช วิฑูรย์เธียร
  • นายโอฬาร วีระนนท์
  • นายอิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพล
  • นางทิพย์พาพร ตันติสุนทร และ
  • นางสาวโชนรังสี เฉลิมชัยกิจ

พร้อมกันนี้ได้ประกาศนโยบาย 5 สร้าง เป็นนโยบายหลักของพรรค เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาและสร้างอนาคตประเทศไทยอย่างบูรณาการทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคมไทย-ความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน เพื่อสร้างอนาคตแก่ลูกหลานไทย ได้แก่

1. สร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งและทันสมัย

– สร้างความเข้มแข็งให้ฐานรากด้วยเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับท้องถิ่น ประยุกต์ภูมิปัญญาถิ่นสร้างโอกาส ในชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทั้งชนบทและเมือง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ผู้ใช้แรงงานหรือผู้ประกอบการค้าขายริมทางริมถนนในเมืองกรุง

– ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การบริหารจัดการที่เหมาะสม การจัดการทรัพยากรเพื่อการพัฒนาอย่างเพียงพอ เศรษฐกิจฐานรากระดับไมโครต้องแข็งแรงทันสมัยทันโลก

2. สร้างภาคเศรษฐกิจใหม่โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต

– พัฒนาระบบเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่สร้างมูลค่าสูงด้วยแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) คือระบบเศรษฐกิจฐานชีวภาพ มีการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรและเป็นมิตรกับโลก เพื่อทดแทนระบบเศรษฐกิจเก่า (Old Economy) ที่สร้างมูลค่าน้อยและเป็นปัญหากับสภาพแวดล้อมไทยและโลก

– สร้างโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต เพื่อเป็นปัจจัยในการสร้างภาคเศรษฐกิจใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ปลดปล่อยศักยภาพของประเทศได้เต็มกำลังความสามารถ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำเพื่อกำหนด กลยุทธ์ในการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างและสนับสนุนให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต เช่น ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data-Analytics และ AI) ซึ่งต้องเริ่มด้วยทำให้คนไทยทุกคน มี Digital Literacy รู้ทันเทคโนโลยีดิจิทัลและสามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ

3. สร้างสังคมที่เกื้อกูล เป็นธรรม และยั่งยืน

– สร้างสังคมที่มีความเป็นธรรม คืนความสุขให้คนไทยทุกคน บูรณะวัฒนธรรมพื้นฐานของความเอื้ออาทร เกื้อกูล มีน้ำใจ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ในจิตใจของคนไทยทุกคน

– เสริมพื้นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) เพื่อใช้ประโยชน์ของทรัพยากรในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่าและทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีตัวอย่างที่เริ่มต้นในภาคเอกชน เช่น Co-Working Space การใช้พื้นที่สำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การระดมทุนแบบ Peer-to-Peer หรือ Crowdfunding ซึ่งเป็นเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

4. สร้างคนและวิทยาการพร้อม…ก้าวสู่สังคมโลกแห่งอนาคต

– สร้างคนให้พร้อม สามารถใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ด้วยเทคโนโลยีในระบบการศึกษาและการศึกษาต่อเนื่อง สร้างพื้นฐานความรู้ที่เข้มแข็งและมีจิตที่พร้อมจะเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นหลักประกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

– มุ่งสร้างวิทยาการที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนไทย โดยที่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของโลก ทำให้สังคมไทยสามารถปรับตัว ยืดหยุ่นและทนต่อแรงเสียดทาน (Resilience) ทั้งกลับใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. สร้างการเมืองที่สร้างสรรค์พลังบวก

– ดำเนินงานการเมืองโดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

– ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

– สร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง บนพื้นฐานจิตสาธารณะ หยุดประชาธิปไตยเทียมที่มีเพียงรูปแบบอันหลอกลวงมุ่งสนองประโยชน์ของพวกพ้องและอภิสิทธิ์ชน

– หยุดยั้งการเมืองเชิงทำลายที่มุ่งสร้างความร้าวฉานเพียงเพื่อช่วงชิงอำนาจด้วยเกมการเมือง

ทั้งนี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวยืนยันว่า จะเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งวันนี้ถือว่าได้รับความไว้วางใจให้คณะกรรมการบริหารได้ทำงาน ซึ่งคณะกรรมการจะดำเนินการต่อไปโดยจะสร้างทีมงานเพื่อรับใช้ประชาชนต่อไป เมื่อครั้งที่ยังทำงานการเมือง นายสมคิด ตนและทีมงาน ได้ช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ และมีหลายโครงการได้ริเริ่มไว้ เช่น การวางระบบสวัสดิการแห่งรัฐ การสร้างพลังงานชุมชน ระบบพร้อมเพย์ ระบบเป๋าตุง เป๋าตัง การสร้างเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งวันนี้โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้ใช้ประโยชน์กว้างขวาง ลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก เมื่อเกิดโควิด-19 ระบบนี้จึงส่งผ่านการเยียวยาให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายอุตตม ยอมรับว่า จากเงื่อนไขทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่สอดคล้องกับความตั้งใจของเราที่จะเข้าไปทำงาน ไม่สามารถทำต่อได้ เราก้าวออกจากวงการการเมือง แต่ยังมีงานที่ไม่ได้ทำต่อ ยังต้องต่อยอด เพราะยังไม่บรรลุผลอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อได้ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วันนี้ที่พวกเรามารวมกันทำงานการเมืองที่พวกเราร่วมกำหนด เพราะประเทศชาติอยู่ในช่วงสุ่มเสี่ยง เราอาสาเป็นแกน ทำงานเพื่อประเทศชาติ และจากนี้ไปถือเป็นการนับหนึ่งของพรรคอย่างเป็นทางการ และร่วมกับผู้ที่มีอุดมการณ์ในทุกภาคส่วนมาทำงาน

“ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาทำงานอย่างหนัก รับฟังปัญหาจากทุกภาคส่วน เปิดเวทีระดมความคิดเห็น และขับเคลื่อนนโยบายเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด และมีภาคประชาชนมาทำงานร่วมกัน นับจากนี้ไปผมและทีมงานจะขับเคลื่อนอย่างเป็นทางการ ให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง

นอกจากนี้ พรรคสร้างอนาคตไทย จะยืนข้างประชาชน สร้างพลังบวกให้กับการเมืองไทย เราจะทำงานการเมืองโดยยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ร่วมสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง หยุดประชาธิปไตยเทียมที่ยึดอยู่กับการตอบสนองคนบางกลุ่มเท่านั้น โดยไม่คำนึงความเสียหายของประเทศชาติ” นายอุตตม ระบุ

สำหรับเป้าหมายแรก คือ การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับภาวะของแพง รายได้ตกต่ำ ค่าครองชีพไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้หลุดจากวงจรความยากจน มีโอกาสเข้าถึงสวัสดิการที่ควรได้ การศึกษาที่มีคุณภาพ แก้ปัญหาความไม่เสมอภาคในสังคม

นายอุตตม กล่าวอีกว่า การที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากทำได้ง่ายๆ คนที่มีอำนาจคงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาแล้วประชาชนควรมีพรรคการเมืองที่เป็นทางเลือก พรรคสร้างอนาคตไทยจึงขออาสาเสนอเป็นทางออก เป็นพรรคที่ทำงานจริงจัง ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ประชาชนพึ่งพาได้ กลับมาเป็นประเทศทันสมัย พัฒนาได้เต็มศักยภาพ ด้วยนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน บนพื้นฐานความเสมอภาพ

พร้อมทั้งรวบรวมคนหลายภาคส่วนประกอบกับคนรุ่นใหม่ร่วมอุดมการณ์ พัฒนาชุดความคิดใหม่ และทุกคนในพรรคจะร่วมกันสร้างการเมืองใหม่ ทำงานแบบมืออาชีพ เพื่อประโยชน์ประชาชน และทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ซึ่งพรรคไม่ได้ไขว่คว้าหาอำนาจ พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นที่สอดคล้องและแตกต่าง

สำหรับความท้าทายของพรรคว่าจะสู้พรรคเก่าได้หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า วันนี้ประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนแยกแยะได้ การยึดติดการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ จะทำให้ประเทศชาติไม่ไปไหน การเมืองติดหล่ม สังคมมีแต่ความขัดแย้ง เป็นหน้าที่พรรคที่จะนำเสนอประชาชนด้วยความคิดใหม่ แก้ปัญหาให้กับประชาชน ทำงานกับประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เป็นหน้าที่พวกเรา ถ้าอยากให้ประเทศหลุดพ้นความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ การไม่เสมอภาคในสังคม สร้างอนาคตที่ดี สร้างโอกาสของประเทศไปด้วยกัน ร่วมเดินกับพรรคสร้างอนาคตไทย

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เหตุผลที่กลับมาทำการเมืองรอบนี้ เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านเกิดโควิดระบาดทั่วโลก หลายประเทศรัฐบาลจัดการแก้ปัญหาได้ แต่รัฐบาลไทยไม่สามารถดูแลระบบสาธารณสุขได้ ซึ่งรัฐบาลต้องบริหารจัดการได้ดีกว่านี้ นอกจากนี้ รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถบริหารเศรษฐกิจ ทั้งแก้ปัญหาระยะสั้น และกระบวนการหลังโรคระบาดหมดสิ้นไป รัฐบาลไม่สนใจและไม่แก้ปัญหาเรื่องข้าวของแพง แต่กลับไปแก้ปัญหาหวยแพง ซึ่งทั้ง 2 ปัญหามาจากการบริหารจัดการล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ไม่สามารถให้อยู่ต่ออีก 8 ปีได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ กล่าวว่า การทำงานการเมืองครั้งนี้ ถือเป็นการทำสงครามครั้งสุดท้ายของตนเอง ที่จะเข้ามาร่วมฟื้นฟูภาคใต้ทำให้ภาคใต้หายจน และหวังสร้างอนาคตให้กับลูกหลานคนภาคใต้ และวันนี้ตนถอดแจ็กเก็ตจากพรรคประชาธิปัตย์ มาใส่แจ็กเก็ตพรรคสร้างอนาคตไทย แต่จิตวิญญาณในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมยังคงอยู่ และหลังจากนี้จะเดินหน้าเชิญชวนให้คนภาคใต้มาร่วมสร้างอนาคตไทยกับตน

นายสุพล ฟองงาม รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ปัญหาปากท้องถือเป็นปัญหาใหญ่ ประชาชมีรายได้น้อย และวันนี้ประเทศชาติต้องการมืออาชีพ มั่นใจว่าพรรคจะเป็นทางรอด เป็นความหวังของประเทศ เป็นความหวังประชาชนในการแก้ปัญหาในทุกด้าน

“วันนี้ถือว่า เราออกจากจุดสตาร์ท หลังจากนี้เครื่องยนต์ของพรรคต้องทำงาน และจากผลสำรวจเกือบ 40% ประชาชนต้องการพรรคการเมืองและผู้นำใหม่” นายสุพล กล่าว

นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อนได้ลาออกจาก ส.ส. เนื่องจากตามหาพรรคที่ทำนโยบายเพื่อประชาชนเป็นหลัก และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้ความเห็นไปสู่การกำหนดนโยบาย เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ จึงตัดสินใจมาอยู่พรรคสร้างอนาคตไทย

Next Post

Ev Dynamics Delivers 10 Electric Vans to America

HONG KONG, Apr 20, 2022 – (ACN Newswire via […]

คุณอาจชอบ