นักสู้ขาเดียว “ตูน-จักรพงษ์ โฉมแดง” ไร้แขนขาแต่ไม่ไร้ใจสู้

KANDA

นักสู้ขาเดียว “ตูน-จักรพงษ์ โฉมแดง” ไร้แขนขาแต่ไม่ไร้ใจสู้

“ไม่มีแขน ไม่มีขา ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้ เราทำอะไรได้หลายอย่าง แค่ใจสู้ มีความมุ่งมั่น” เปิดชีวิตยอดนักสู้พ่อค้าขาเดียวผู้ล้มกี่ครั้งก็ลุกขึ้นสู้ “ตูน-จักรพงษ์ โฉมแดง”

เรื่อง : วิรวินท์ ศรีโหมด เรียบเรียง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : Newsclear

ล้มและลุกขึ้นสู้ ไม่กลัวเจ็บ พร้อมที่จะวิ่งชน คงเป็นประโยคที่ออกมาไม่ง่ายนักสำหรับหนุ่มวัยฉกรรจ์ร่างกายสมส่วนวัย 34 ปี ที่จู่ๆ ต้องมาพิการแขนทั้งสองข้างและขาอีกหนึ่งข้างอย่าง “ตูน-จักรพงษ์ โฉมแดง”

แต่ทว่าอดีตช่างไฟฟ้าที่ประสบอุบัติเหตุไฟช็อตจนต้องพิการเมื่อ12ปีที่แล้วจนชีวิตพลิกผันอย่างไม่มีวันกลับกับไม่ทำให้เขาหมดใจ เขาลุกขึ้นยืนและสู้จนกลับมายืนได้อีกครั้งด้วยหัวใจที่กล้าแกร่งและที่สำคัญไม่เพียงแค่ตัวเองที่ลุกขึ้นได้! เขายังนำบทเรียนชีวิตและแง่งามของกำลังใจจากโลกที่ขาดด้วยสภาพความพิการออกมาสร้างไฟเติมกำลังใจให้ผู้ที่ท้อแท้ผ่านโซเชียลมีเดียอีกด้วย

สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลายนี่คือเรื่องราวของชีวิตยอดนักสู้พ่อค้าขาเดียวที่ล้มแล้วไม่เคยไม่ลุก ใครที่กำลังทุกข์ หมดหวังหรือท้อแท้ โปรดพินิจแล้วจะรู้ว่าชีวิตไม่มีแขน ไม่มีขา ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้ ขอแค่ใจสู้ มีความมุ่งมั่นก็ไม่มีใครหยุดขีดจำกัดเราได้ 

ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ

“บางครั้งฮีโร่ก็ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ หรือว่ามีอิทธิฤทธิ์อะไรนะครับ แค่เรามีแรงบันดาลใจให้คนอื่น ได้บอกคนอื่นให้สู้ ให้มองย้อนกลับมา คนที่เค้าไม่ครบ 32 ก็ยังสู้ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ” จักรพงษ์เริ่มต้นบทสนทนาอย่างฉะฉานหลังผ่านชีวิตยากลำบากกับการไร้แขนและมีเพียงหนึ่งขา เมื่อ 12 ปีที่แล้วจากอุบัติเหตุระหว่างการทำงานช่างไฟที่สื่อสารกันผิดพลาดทำให้เกิดไฟฟ้าช็อต

“ตัวผมค้างอยู่บนเสาไฟฟ้า ตอนปี 2552 อายุ 22 ได้ ตอนนี้ 34 ถามว่ารู้สึกตัวไหมตอนเกิดเหตุ ก็รู้สึกตัวนะครับ แต่ยังไม่รู้ว่าเราเป็นใคร รู้ตัวอีกทีก็โดนตัดขาไปแล้ว แขนไปแล้ว”

จากชีวิตที่อะไรๆ ก็ง่าย อยากทำอะไรก็สามารถทำได้ดั่งใจนึกวินาทีนี้มันไม่มีอะไรๆ ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วในวันนี้ จักรพงษ์เล่าว่าใช้ระยะเวลาอยู่นานถึง5ปีเลยทีเดียวกับการปรับตัวและลุกขึ้นมาสู้เพราะอยากแบ่งเบาภาระแม่

“ลุกขึ้นมาสู้ มาฝึกเดิน ลุกล้มก็ลุกขึ้นใหม่ มันก็เจ็บนะ แต่ไม่กลัวที่จะเจ็บ พร้อมที่จะวิ่งชน เพราะไม่อยากเป็นภาระของคนอื่นและก็อยากแบ่งเบาภาระของแม่”

และเพียง1ปีที่เมื่อหัวใจแกร่งความพิการก็ไม่มีผลต่อชีวิตเขาอีก กราฟชีวิตจักรพงษ์จากที่ดิ่งลงไร้จุดหมายก็กลับพุ่งขึ้น คนที่เคยรักก็ยิ่งรักเขามากขึ้น คนที่เพิ่งเคยรู้จักก็ชื่นชมและชอบในหัวใจที่กล้าแกร่งดวงนี้เมื่อได้พบเห็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าสู้ชีวิตคนนี้

“เขากล้าเพื่อที่จะมารักผม ผมก็กล้าทำเพื่อให้เค้าให้ดีที่สุดครับ บุหรงบุหรี่ที่เคยสูบก็เลิก เหล้าดื่มก็เลิกเหล้า กราฟชีวิตก็พุ่งขึ้น มีเป้าหมายชีวิต เข้าใจคำว่าครอบครัวมากขึ้น คือพอเราคิดได้การที่เราไม่มีแขน ไม่มีขา ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้ เราทำอะไรได้หลายอย่าง แค่ใจสู้ มีความมุ่งมั่น (ยิ้ม) คนพิการใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย ผมยังเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าได้ คุณก็ทำสิ่งที่คุณอยากทำได้

“คือจากที่คิดว่าสภาพร่างกายอย่างผมพิการจะมีใครรังเกียจไหม แฟนผมก็ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราทำเราเปลี่ยนแปลงทำให้ไม่มีใครรังเกียจความพิการของผม ตอนโพสต์เฟซบุ๊กหาคู่เขาบอกว่าตอนแรกที่เห็นคืออยากจะรู้จัก อยากจะรู้ให้มากกว่านี้ว่า ผู้ชายคนนี้มีวันนี้ได้เพราะอะไร ก็อย่างที่ผมบอกไป บางครั้งฮีโร่ก็ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ เราทำอะไรได้หลายอย่าง แค่ใจสู้เราทำได้หมด”

  • อาจารย์ มธ. หนุนสถานศึกษาเป็นมิตรกับผู้พิการ ชี้การออกแบบสัมพันธ์กับผลการเรียน
  • พก. จับมือ กระทรวงดิจิทัล และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดอบรมฯพิเศษ เสริมทักษะคนพิการ พร้อมทำงานในยุคดิจิทัล

ยาใจพ่อค้าขาเดียว

หลังที่จักรพงษ์ลุกขึ้นมามีไฟใจในการสู้ชีวิตผลของหัวใจที่แกร่งก็ส่งผลให้จักรพงษ์ได้รับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตทั้งการงานอาชีพ คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่สำคัญคนหนึ่งคือ “จันทร์เพ็ญ โคล” นางฟ้าแสนสวยคู่ชีวิตที่คอยเติมพลังให้แก่กันและกันให้เขามีวันนี้ได้ดีกว่าเดิมเรื่อยๆ ขึ้น

“เจอกันในเฟซบุ๊ก แอปหาคู่ เราไม่กล้าทัก รอเขาทักมาแล้วเขาก็ทักมา ใจเต้นตึกๆ ตื่นเต้นครั้งแรกที่เจอ ครั้งแรกที่เห็นเค้าตั้งใจรอเรา ยืนรอด้วยความหวังเพราะเราบอกว่าเราจะมาหาเค้า 4 มกราคม ก็มาเจอกันก็ยาวเลยถึงวันนี้” นางฟ้าเล่าถึงวินาทีสานสัมพันธ์รักของเธอที่เกิดขึ้นกับพ่อค้าขาเดียวใจหล่อคนนี้ที่เมื่อได้อยู่ใกล้จะเหมือนได้รับพลังงานด้านบวกและพลังงานใจดีๆ ผ่านคำพูดและรอยยิ้มเสมอๆ

“เวลาคุยกับเขาเขาจะมีกำลังใจที่เราได้รับมาจากเค้า ความเข้าใจ มันมีให้กันมาตลอด”

และยิ่งนานวันยิ่งรู้จักยิ่งมีแต่พลังดีๆ เพิ่มมากขึ้นจนก่อเป็นความรักที่แม้ร่างกายของจักรพงษ์จะเป็นผู้พิการแต่ก็หาใช่อุปสรรค หัวใจที่หล่อๆ ความคิดและทัศนคติที่ดีๆ ในการมองชีวิตทำให้มีแต่ความอบอุ่นและมั่นใจอยู่รอบๆ ตัวเขา

“คนอื่นอาจจะมองว่าเรากลัวเค้าอายคนอื่นเขาพิการอะไรอย่างนี้ แต่เราไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะมาตั้งแต่แรกไม่ได้คิดว่าเค้าพิการอยู่แล้ว รับได้ตั้งแต่แรกแล้ว ทุกครั้งที่เดินคู่กับเค้า เค้าทำให้เรารู้สึกมั่นใจ อบอุ่นครับ ทำให้เราไม่อายคนอื่น ไปทางไหนก็มีความสุข บางทีการอยู่กับแฟนที่มีครบ 32 ความคิดหรือว่าการปรับตัวเข้าหากันไม่ได้ มันจูนเข้าหากันไม่ได้ มันก็ใช่จะเป็นภาพที่สมบูรณ์เสมอไป

“ความรักหรือเรื่องชีวิต มันก็เหมือนแบบการขับรถของเราทั้งคู่ เวลาการเดินทางกัน ก็เซนมันจะแม็ทชิ่งกันแล้วคะตอนนี้ เหมือนอยู่ด้วยกันจนรู้แล้วคะ จะเลี้ยว จะไปซ้ายไปขวา จะยูเทิร์น รู้ใจกันแล้วคะ ก็ต้องกล้าวัดใจหน่อยการดำเนินชีวิตคู่สามารถไปได้ไกลกว่านี้คะถ้าหากเรามั่นใจเรารักจริงก็อย่างที่เค้าบอก กล้าเพื่อที่จะมารักเขา เขาก็กล้าทำเพื่อให้เราให้ดีที่สุด”

ความไม่ร้อยสร้างล้านกำลังใจ

เพราะเคยขาดจึงเข้าใจ การไร้แขนและมีเพียงขาข้างเดียวทำให้จักรพงษ์รู้ซึ้งถึงหัวอกคนทุกข์ยากไร้แรงกำลังต่อสู้ชีวิต เมื่อเขาลุกขึ้นยืนได้เขาจึงไม่รีรอช้าที่จะนำเรื่องราวของตัวเองออกมาเผยแพร่ยังเฟซบุ๊ก Mr’Toon Chomdang เพื่อสร้างขวัญกำลังใจบอกให้ทุกๆ คนรู้ว่าแม้วันที่อะไรต่อมิอะไรไม่เป็นใจ หากแต่เรามีหัวใจสู้ฟ้าที่ว่าปิดมันก็ยังต้องเปิดให้กับเรา

“พอเราเป็นคนดีๆ เราก็จะมองคนอีกแบบนึงครับ แต่พอเราเป็นสภาพนี้ มันก็ทำให้เรามองเห็นใจคน ผมก็เลยอยากให้กำลังใจคนอื่น เลยทำเป็นคลิป การฝึกเดินของเราเขียนโพสต์ให้กำลังใจคนที่กำลังท้อ”

เพราะพื้นที่บนโลกใบนี้มันไม่มีพื้นที่ไว้สำหรับคนที่อ่อนแอ พื้นที่บนโลกใบนี้จะมีไว้สำหรับคนที่สู้ สู้อย่างเดียวถึงจะชนะ คือข้อความสื่อสารของจักรพงษ์ที่อยากจะส่งถึงพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนที่เป็นแบบเขาหรือกำลังท้อกำลังทุกข์ชีวิตไม่เป็นดังหวัง เราสามารถทำให้มันเป็นอย่างใจคิดได้เพียงแค่เราสู้เท่านั้นเอง

“ก็ขอให้ทุกคนสู้ๆ ครับ ไม่มีแขน ไม่มีขา ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้ เราทำไรได้หลายอย่าง แค่ใจสู้ มีความมุ่งมั่น” เขากล่าวย้ำทิ้งท้าย   

Next Post

สปส.ไฟเขียวผู้ประกันตนเปลี่ยนสถานพยาบาลได้แล้วดีเดย์16ธ.ค.

เลขาธิการสปส.แจ้งผู้ประกันตนสามารถเปลี่่ยนสถานพยาบ […]

คุณอาจชอบ