ปภ.รายงานน้ำท่วมเหลือ5จังหวัดยังต้องเร่งช่วยผู้ประสบภัย

KANDA

ปภ.รายงานน้ำท่วมเหลือ5จังหวัดยังต้องเร่งช่วยผู้ประสบภัย

ปภ.เผยรายงานอุทกภัยเหลือพื้นที่ประสบภัย 5จังหวัด ประชาชนเดือดร้อน 91,641 ครัวเรือน เร่งช่วยเหลือครอบคลุมทุกด้าน

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.63 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 34 จังหวัด รวม 152 อำเภอ 547 ตำบล 2,341 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 91,641 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย (จันทบุรี ตรัง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย) บาดเจ็บ 3 ราย (สิงห์บุรี) ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ปราจีนบุรี จันทบุรี สุราษฎร์ธานี และสุพรรณบุรี ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง และสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2563 – ปัจจุบัน (31 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 34 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง อุทัยธานี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ราชบุรี นครปฐม ปทุมธานี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล และสงขลา รวม 152 อำเภอ 547 ตำบล 2,341 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 91,641 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย (จันทบุรี ตรัง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย) บาดเจ็บ 3 ราย (สิงห์บุรี) แยกเป็น

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 32 จังหวัด รวม 129 อำเภอ 516 ตำบล 2,300 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 91,564 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย (จันทบุรี ตรัง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 27 จังหวัด ยังคงมีน้ำท่วมขัง 5 จังหวัด ดังนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่

นครราชสีมา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 14 อำเภอ 69 ตำบล 244 หมู่บ้าน ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากช่อง อำเภอปักธงชัย อำเภอโชคชัย อำเภอสูงเนินอำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย อำเภอพิมาย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอจักราช

ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ปราจีนบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอกบินทร์บุรี ระดับน้ำลดลงจันทบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

  • ปภ.รายงานน้ำท่วมเสียชีวิต6 เดือดร้อน 88,348 ครัวเรือน
  • โคราชรับมือพายุโมลาเบเตือน2อำเภอเฝ้าระวังน้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิง

ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่สุราษฎร์ธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำทะเลหนุนในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเคียนซา และอำเภอพุนพิน ระดับน้ำลดลง

ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกำแพงแสน อำเภอบางเลน อำเภอสามพราน และอำเภอนครชัยศรี ระดับน้ำลดลง สุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอบางปลาม้า ระดับน้ำลดลง

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 7 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี พังงา ชุมพร และอุบลราชธานี รวม 18 อำเภอ 25 ตำบล 35 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 77 หลัง บาดเจ็บ 3 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว อยู่ระหว่างการฟื้นฟู

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ภูเก็ต สตูล และกระบี่ รวม 5 อำเภอ 6 ตำบล 6 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัดหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนเรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์ รถบรรทุกติดตั้งเครน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังจุดอพยพ อีกทั้งแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อการดำรงชีพ

สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย พร้อมจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ตลอดจนเร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

Next Post

สหรัฐ-จีนหันหน้าเจรจาหาทางเลี่ยงเหตุเผชิญหน้าทางทหาร

เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐและจีนหันหน้าพูดคุยกันเพื่อห […]