“ประยุทธ์” ขอบคุณคนไทยทุกคน หลังยอดฉีดวัคซีนโควิดทะลุหลัก 100 ล้านโดส

MALI

“ประยุทธ์” ขอบคุณคนไทยทุกคน หลังยอดฉีดวัคซีนโควิดทะลุหลัก 100 ล้านโดส มั่นใจพร้อมรับมือกับโรคระบาด พร้อมพิจารณามาตรการเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมตามโรดแมปที่วางไว้

วันนี้ (20 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความขอบคุณคนไทยทุกคน หลังได้รับรายงานว่าปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนโควิดทะลุหลัก 100 ล้านโดสเรียบร้อยแล้ว โดยมีเนื้อหาของโพสต์ ดังนี้

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

#ประเทศไทยต้องชนะ เป็นเป้าหมายสูงสุดใน “สงครามโควิด” ที่เราชาวไทยได้ร่วมมือกันต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ

แม้ว่าสงครามในครั้งนี้ จะยืดเยื้อเกินกว่าที่ทั่วโลก หรือใครๆ จะคาดคิดไว้ และเรายังไม่ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด แต่ในวันนี้ (20 ธ.ค.64) ก็ถือเป็นอีกวันหนึ่ง ที่เราบรรลุเป้าหมายสำคัญ นั่นคือการสามารถฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องชาวไทย ทะลุยอด 100 ล้านโดสได้สำเร็จภายในปี 2564 ตามที่รัฐบาลได้เคยประกาศไว้

  • ไทยฉีดวัคซีนโควิดทะลุ 100 ล้านโดสแล้ว! อย.ไฟเขียวไฟเซอร์ในเด็กวัย 5-11 ปี

นับตั้งแต่ “โดสแรก” เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 64 เราใช้เวลารวม 265 วัน หรือเฉลี่ยวันละ 377,358 โดส

เป็นเข็มแรกมากกว่า 50 ล้านโดส ครอบคลุม 70% ของประชากรไทย

เป็นเข็มสองมากกว่า 44 ล้านโดส ครอบคลุม 61% ของประชากรไทย

เป็นเข็มสามมากกว่า 5 ล้านโดส ครอบคลุม 6% ของประชากรไทย

ซึ่งเมื่อรัฐบาลได้ประกาศเป้าหมายนี้ หลายคนอาจคิดว่า เป็นเป้าหมายที่… เป็นไปได้ยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย เป็นเป้าหมายที่ … ต้องอาศัยทั้งแรงกาย แรงใจ ความทุ่มเทเสียสละ จากบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่นับพันนับหมื่นชีวิต ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร และ อสม.ทั่วประเทศ

จนกระทั่งวันนี้ เราสามารถทำภารกิจที่เหมือนเป็นไปไม่ได้ …ให้เป็นไปได้ เป็นการพิสูจน์คำกล่าวอีกครั้งที่ว่า หากคนไทยร่วมแรงร่วมใจทำอะไรแล้ว จะทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้น “เป็นไปได้”

ยิ่งกว่านั้น ยังมีข่าวที่น่ายินดีก็คือ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ (Global Health Security Index : GHS) อันดับที่ 5 ของโลก จากทั้งหมด 195 ประเทศ เป็นอันดับที่ 1 ของเอเชีย จากการประเมินความพร้อมของประเทศในการรับมือการแพร่ระบาดโรคติดต่อปี 2021 โดยมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins Center for Health Security) สหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อปี 2019 ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 6 ของโลก

นั่นแสดงให้เห็นว่า การที่ไทยสามารถจัดการรับมือกับสถานการณ์โควิด จนกดยอดผู้ติดเชื้อให้ต่ำลง และเปิดประเทศได้อีกครั้ง ทำให้ถูกจัดอันดับโลกสูงขึ้นอีก 1 อันดับ อีกทั้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทย ยังได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards (UNPSA) จากองค์การสหประชาชาติ

ซึ่งทั้งหมดนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย และความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

ผมต้องขอขอบคุณและชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน “ทุกคน” ที่ให้ความร่วมมือ อดทน เสียสละ #สู้ไปด้วยกัน มาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และขอให้ทุกคนได้ร่วมภาคภูมิใจกับ “ชัยชนะ” ของศึกย่อยในสงครามครั้งนี้ ที่ยังไม่จบสิ้น ซึ่งผมมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า หลังจากผ่านมา 2 ปี รัฐบาลและ ศบค. รวมทั้งหน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับ ทั่วประเทศ มีความพร้อมมากยิ่งกว่าเดิม ในการรับมือกับโรคระบาด

โดยเฉพาะเชื้อโอมิครอนที่กำลังก่อปัญหาในหลายประเทศ โดยผมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดกับการตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศในทุกช่องทาง สกัดกั้นการลักลอบเข้าประเทศ และให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมแผนเผชิญเหตุหากเกิดการระบาดขึ้น ดังที่เราเคยดำเนินการมาแล้ว ตั้งแต่การตรวจเชื้อ-แยกตัว-ส่งต่อ-รักษา ให้เร็วที่สุด โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบและสมดุลที่สุด เพื่อสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมตามโรดแมปที่วางไว้

ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า…รัฐบาลได้เตรียมการไว้อย่างดีที่สุด เพื่อ #ชัยชนะของประเทศไทย ครับ

Next Post

Using NovationWire Press Release Distribution Service to Build Good Public Relations

HONG KONG – Over the past couple of months, Novati […]

คุณอาจชอบ