“ปิยบุตร”เผยผ่าน Club House ยันโหวตแก้ รธน.วาระ 3 ไปต่อได้ หวั่น ส.ว.ไว้ใจไม่ได้

KANDA

“ปิยบุตร”ชี้แจงยกคำวินิจฉัยศาลยันแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 เดินหน้าต่อได้ แต่หวั่นใจ ส.ว.เอามาเป็นข้ออ้างคว่ำร่างแก้ไข

วันที่ 11 มี.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” ซึ่งก่อนอื่นเราจะต้องเข้าใจคำๆนี้เสียก่อน ว่ามันหมายถึงอะไร

อำนาจที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญมีสองแบบใหญ่ๆ คือ 1) อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจที่ไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย เป็นอำนาจที่ไปก่อตั้งทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เกิดขึ้นได้ในสภาวะที่ไม่มีรัฐธรรมนูญใดๆเลย และ 2) อำนาจการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมาแล้ว และใช้อำนาจนี้เข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจมีข้อจำกัดเสมอ เช่น มีวิธีการและขั้นตอนเป็นการเฉพาะ มีรายละเอียดว่าเรื่องไหนแก้ได้หรือเรื่องไหนห้ามแก้

ทั้งนี้ สิ่งที่กำลังทำกันอยู่ในรัฐสภาวันนี้ ที่กำลังจะมีการลงมติวาระสามในวันที่ 17 มีนาคมนี้ เป็นการแก้รัฐธรรมนูญ โดยใช้อำนาจแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการทำตามมาตรา 256 โดยดำเนินการไปตามข้อจำกัดของมาตรา 255 เป็นการแก้เพื่อเปิดทางไปสู่การทำรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการแก้ภายใต้การมีรัฐธรรมนูญดำรงอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่า กรณีนี้ ไม่มีวันใด เวลาใด วินาทีใดเลยที่ประเทศไทยปราศจากรัฐธรรมนูญ มีความสืบเนื่องกันจากรัฐธรรมนูญ 2560 หากมี สสร มาทำรัฐธรรมนูญใหม่ กระบวนการนี้ก็เกิดมาจากการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เกิดจากสุญญากาศ ช่วงปลอดรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น การที่ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญ การลงประชามติว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ เป็นประชามติที่ใช้อำนาจในส่วนของการ “สถาปนา” รัฐธรรมนูญ เสมือนว่ามีการระเบิดรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับแล้วเอารัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาแทนที่ ส่วนการประชามติหลังจากผ่านวาระสามนั้น เป็นประชามติเพื่อ “แก้” รัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (8)

  • ฝ่ายค้านยันเดินหน้าโหวตแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 เผยจับตาดูใครจริงใจไม่จริงใจ
  • Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ท้าชน Clubhouse

เราจึงต้องแยกเป็นสองก้อน ก้อนที่หนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่ในรัฐสภา คือการใช้อำนาจแก้รัฐธรรมนูญตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ 60 ส่วนอีกก้อนหนึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้น แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้พูดเอาไว้ นั่นคือการยืนยันว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ สามารถประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญ 60 และทำใหม่ทั้งฉบับได้ ดังนั้น กระบวนการที่อยู่ในรัฐสภาขณะนี้ จึงเป็นคนละก้อนกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในวาระสามจึงสามารถเดินหน้าต่อได้เลย ประเด็นปัญหาสำคัญ คือปกติแล้วเวลาศาลรัฐธรรมนูญทั่วโลกมีคำวินิจฉัยออกมา ข้อพิพาทจะต้องจบ แต่การวินิจฉัยนี้ยังนำไปสู่การถกเถียงกันอยู่ การวินิจฉัยนี้ จึงสะท้อนถึงคุณภาพของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญด้วย

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า แต่ข้อกังวลของตน ก็คือ ส.ว.ชุดนี้ไว้วางใจไม่ได้ ตนกลัวว่าจะมีการเล่นแร่แปรธาตุกันในวันที่ 17 มีนาคม โดยอ้างว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแบบนี้ จึงต้องไปลงประชามติก่อน ก็จะโหวตล้มกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญโดยมี สสร.ไป

แต่สิ่งที่น่ากังวลอีกประการ ก็คือถ้าในทางกลับกัน ส.ว.เกิดดันยกมือให้ไม่ผ่านการมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ดันไปยกมือผ่านให้กับการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราสามารถทำได้ง่ายขึ้น ก็อาจจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราได้ตามอำเภอใจ

“ผมกลัวจริงๆว่าวันที่ 17 นี้จะมีการเล่นแร่แปรธาตุ จริงๆญัตติมันเป็นญัตติรวมกัน มันมาด้วยกันเป็นแพ็คเดียวกัน แต่ถึงเวลาไม่รู้จะแยกเฉพาะส่วนไปโหวตหรือเปล่า ในส่วนแก้วิธีการแก้ให้ง่ายขึ้น เพื่อที่พวกเขาจะเอาตรงนี้ไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ต่อไปนี้ ส.ว.จับมือพลังประชารัฐแก้รายมาตราได้หมดเลย ส่วนที่ให้มี ส.ส.ร.ให้ตกไป โดยทำตัวเป็นว่าอ้างศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้ต้องพึงระมัดระวัง เพราะไม่เช่นนั้นเท่ากับว่าบทสรุปก็คือทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งหมด ภายใต้กลไกของการบอกว่า นี่ไง ฉันก็แก้รัฐธรรมนูญแล้วไง แต่ทุกอย่างตัวเองได้หมด ยึดกุมอำนาจการเขียนกติกาของประเทศนี้ต่อไปอีกหลายๆปี” นายปิยบุตรกล่าว

Next Post

ตำรวจจับแม่เล้าบ้านโป่งนำสาววัย16ค้ากามแพ็คคู่

ราชบุรี-ตำรวจปคม.จับแม่เล้าวัย21บ้านโป่ง นำสาววัย1 […]