“ปิยบุตร”ให้กำลังใจแกนนำม็อบโดนคดี โวยถูกใช้กฎหมายปิดปาก

KANDA

"ปิยบุตร" ให้กำลังใจแกนนำม็อบราษฎร-แนวร่วมโดนฟ้องคดีชุมนุม19กันยา ลั่นใช้กฎหมายปิดปากยิ่งทำให้บานปลาย ชี้ม็อบไม่ใช่อาชญากร เป็นคนที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.64 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้เดินทางเข้าเฝ้าสังเกตการณ์และให้กำลังใจ 18 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่ถูกดำเนินคดีจากกรณีการชุมนุม “19 กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร” สืบเนื่องจากพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 นัดฟังคำสั่งฟ้องคดีทั้งหมดและยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทันที

เลขาธิการคณะก้าวหน้า ระบุว่ากลุ่มนักกิจกรรมที่ถูกกล่าวหาในคดีหลายคนเป็นผู้ต่อสู้ร่วมกันมาอย่างยาวนาน อาทิ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ซึ่งร่วมรณรงค์ “Vote No” ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ นายณัทพัช อัคฮาด เคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ และนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ซึ่งเคยทำงานกับเยาวชนเครือข่ายของพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนนทบุรี แต่เมื่อพรรคถูกยุบทุกคนก็ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป

นายปิยบุตร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ในการจับกุมคุมขังผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์และจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายมากขึ้น

  • อัยการสั่งฟ้อง 18 แกนนำราษฎรคดีม็อบ19กันยา "รุ้ง-ไมค์-ไผ่"โดน112ด้วย
  • จับตาอัยการสั่งฟ้อง "18แกนนำ-ผู้ชุมนุม" คดีม็อบ19กันยา

“การใช้ มาตรา112 ห้ำหั่นกันแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย หากคิดว่าจะต้องจัดการเอากฎหมายปิดปาก ผมเห็นว่าวิธีการนี้ปิดปากไม่ได้ ถ้าเห็นว่าพวกเขามองสถาบันไม่เหมือนคนรุ่นก่อน การเอาไปขังคุกไม่ช่วยอะไร ไม่มีทางเปลี่ยนวิธีคิดแน่นอน ยิ่งจับยิ่งบานปลาย ยิ่งยัดข้อหายิ่งบานปลาย อยากฝากผู้มีอำนาจทั้งหลายคิดทบทวนให้ดี การเอา ม.112 หรือ ม.116 มาปิดปาก ไม่ได้ประโยชน์ต่อใครเลย ต่อให้แกนนำถูกจับกุม การชุมนุมก็เดินหน้าต่อ“นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า การใช้กฎหมายความมั่นคงไม่สามารถสร้างทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ แต่การเปิดพื้นที่ให้พูดคุยกันอย่างปลอดภัยต่างหากคือทางออก พร้อมบอกว่าผู้มีอำนาจไม่ควรมองว่ากลุ่มนักกิจกรรมที่มีความคิดเห็นวิพากย์วิจารณ์รัฐบาลเป็นอาชญากร แต่เป็นผู้ที่อยากให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและเป็นประชาธิปไตยต่างหาก

“อยากฝากถึงบุคคลผู้มีอำนาจกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด หลักใหญ่ใจความที่ควรคำนึงถึงคือกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร เป็นคนที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง อยากให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ใช้เสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ หากคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพเป็นหลักก็จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง”

“นอกจากนั้นแล้วตามรัฐธรรมนูญสันนิษฐานไว้ว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน สิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรม คนฆ่าคนตาย หรือค้ายาเสพติด ยังได้รับการปล่อยชั่วคราว คนเหล่านี้ถูกกล่าวหาในคดีการเมืองแต่กลับไม่ได้รับปล่อยตัว”นายปิยบุตรกล่าว

Next Post

หวั่นเจอจีนเชือด? ฟินเทคของ JD.com อาจเลิกขาย IPO

บริษัทฟินเทคในเครือของบริษัท JD มีแนวโน้มที่จะถอนก […]