ผบ.ตร.แถลงน้องชมพู่มีคนพาขึ้นภูเหล็กไฟ ลุงพล-ป้าแต๋นไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย

KANDA

ผบ.ตร.แถลงน้องชมพู่มีคนพาขึ้นภูเหล็กไฟ ลุงพล-ป้าแต๋นไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย

ผบ.ตร.แถลงคดีน้องชมพู่เชื่อมีคนพาขึ้นไปบนภูเหล็กไฟ การสืบสวนยังทำอยู่ไม่ได้ปิดคดี ตำรวจไม่ได้พูด"ลุงพล-ป้าแต๋น"ต้องเป็นผู้ต้องสงสัย

นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น เดินทางไปที่สโมสรตำรวจ เพื่อรับฟังการแถลงข่าวคดีน้องชมพู่ ของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองไม่ได้เป็นบุคคลใกล้ชิด ตามที่มีรายงานข่าวว่าเป็นคนที่อุ้มน้องออกไปจากบ้าน จนทำให้น้องชมพู่เสียชีวิต

ลุงพล เปิดเผยว่า มาวันนี้ เพื่ออยากทราบว่าหลักฐานที่ตำรวจมีเเละเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำความผิดมีอะไรบ้าง สามารถระบุตัวได้หรือไม่ เเละหากตำรวจแถลงเป็นการพักคดี ก็จะพยายามหาพยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปยังคนกระทำความผิดมาให้ได้และตัวเองก็เชื่อในกระบวนการยุติธรรม

ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แถลงข่าวด้วยตัวเอง พร้อมแสดงวิดิทัศน์ประกอบการแถลงข่าวซึ่งคณะทำงานคดีนี้ ระบุว่า จากข้อมูลการสอบสวน น้องชมพู่ ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนภูเหล็กไฟได้ด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผล 8 ประการ 

1.เส้นทางยากลำบากเกินความสามารถของน้องชมพู่ 2.พลังงานไม่เพียงพอ นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและกีฬา กล่าวว่า อาหารมื้อสุดท้าย น้องชมพู่กินไข่เจียว 3 คำ ส้ม 1 ขวด ไม่มีพลังงานเพียงพอ 3.ประสบการณ์ชาวบ้าน เด็กอายุ 3 ขวบ ไม่สามารถปีนป่ายได้ขนาดนั้น 4จากการหายตัวไปของนางพิน เชื้อคมตา ระยะทางที่พลัดหลง เป็น 2 เท่า ของน้องชมพู่ ชาวบ้านสามารถหาเจอได้ภายในวันเดียว 5.ผู้ชำนาญการ แพทย์นิตเวช เห็นพ้องกันว่า เด็กอายุ 3 ขวบไม่สามารถเดินขึ้นไปถึงภูหินเหล็กไฟได้ 6.สภาพศพ ในวันที่พบศพ พบสภาพเปลือยกาย น้องชมพู่ไม่สามารถถอดเสื้อเองได้ 7.พยานหลักฐานที่เกิดเหตุ พบเส้นผม 36 เส้น เกิดจากการตัดหรือกระทำด้วยมีด และ8.นิสัยส่วนตัวของน้องชมพู่ กลัวที่มืด กลัวป่า กลัวยางพารา แม้แต่พ่อแม่ ไม่เคยไปเล่นที่ภูเหล็กไฟสักครั้งเดียว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวบจึงยืนยันได้ว่าน้องชมพู่ไม่สามารถขึ้นภูเหล็กไฟไปได้คนเดียว จึงเชื่อว่ามีมีผู้พาน้องไปทำให้น้องถึงแก่ความตายไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม ข้อหาที่คนร้ายจะได้รับคือ พรากเด็กกักขังหน่วงเนี่ยว และซ่อนเร้นศพ แต่ตอนนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะออกหมายจับได้ ทั้งนี้ คดีมีอายุความ 20 ปี แม้ว่าตามระเบียนตำรวจ ไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ภายใน 1 ปี ก็จะส่งให้อัยการ ถ้ามีหลักฐานก็จะสืบสวนต่อไปได้

ขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานพอตั้งข้อหาใคร ไม่สามารถแถลงได้ว่าสงสัยใคร ส่วนที่ลุงพลตกเป็นเลยของสังคม ใครเป็นคนเอาตำแหน่งนี้ไปให้ การดำเนินคดีของตำรวจรับฟังตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว

  • "ลุงพล" ร่วมฟัง ผบ.ตร.แถลงคดี "น้องชมพู่" ยันบริสุทธิ์ใจ
  • "ข่าวลุงพล" ตอกย้ำจำเป็นต้องมีสื่อปลอดภัย-สร้างสรรค์

“คดีนี้มีความยาก ก็เพราะถูกสร้างกระแส มีผลต่อการทำงานเรายากขึ้น แต่เราไม่เลิกสืบสวน อาจตอบคำถามได้ไม่ถูกใจ แต่ความคิดในการทำงานเราเป็นแบบนี้ บอกได้แค่ว่า ถ้ามีพยานหลักฐานพอเราจับแล้ว” 

Next Post

“การุณ” ชี้ กรุงเทพถอยหลัง จี้รัฐบาลรีบเลือกตั้งผู้ว่าฯโดยด่วน

"การุณ โหสกุล" ชี้ กรุงเทพถอยหลัง คนกรุง […]