ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพัง

KANDA

ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพัง

เมียนมามีความด้อยด้านสาธารณสุขอย่างมาก ทำให้ไทยต้องตกอยู่ในความเสี่ยงไปด้วย

เบอร์ทิล ลินท์เนอร์ (Bertil Lintner) ผู้สื่อข่าวชาวสวีเดนซึ่งเชี่ยวชาญระดับโลกเรื่องเมียนมาและปัจจุบันพำนักในประเทศไทย ได้เขียนบทความลงใน Asia Times เรื่อง “ความล้มเหลวเรื่องโควิดของพม่าคุกคามความสำเร็จของไทย” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ตอนนี้บทความดังกล่าวเริ่มที่มีส่วนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังการพบผู้ติดเชื้อในไทยที่หลบหนีเข้ามากเมียนมาและยังพบผู้ติดเชื้อขนานใหญ่ในมหาชัยซึ่งเป็นชุมชนชาวเมียนมาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ลินท์เนอร์เขียนถึงกรณีที่คนไทยซึ่งไปทำงานที่ 1G1-7 Hotel ในเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมาหลบหนีเข้าประเทศจนทำให้เกิดการติดเชื้อหลายพื้นที่ เขาชี้้ว่าถึงแม้รัฐบาลไทยจะอ้างว่าการแพร่ระบาดทางภาคเหนือควบคมได้ แต่ผู้ที่เดินทางกลับจากท่าขี้เหล็กส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและตรวจพบได้ง่ายเนื่องจากบางคนทำผิดพลาดเสียเองด้วยการโพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดียว่าตัวเองกำลังเดินป่าอยู่บนภูเขาชายแดน

“แต่เครือข่ายค้าของเถื่อนที่ฐานที่มั่นมั่นคงในแถบนั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้กับขบวนการข้ามพรมแดนอื่ ๆ ของคนไทยที่ติดค้างที่ต้องการกลับบ้าน ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และพ่อค้าล้อชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจย่อยๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย” ลินท์เนอร์กล่าวในบทความและชี้ว่าทางการไทยยังต้องจับเส้นทางน้ำแถบภูเก็ตและระนองด้วย

ในเดือนธันวาคมนี้เองที่สถาบัน Brookings Institution ในสหรัฐระบุจุดอ่อนที่ชัดเจนหลายประการของเมียนมา ได้แก่ ความสามารถในการตรวจเชื้อที่ไม่เพียงพอ, ระบบสาธารณสุขที่ไม่ได้เตรียมการ, การขาดรายได้และการขาดแคลนอาหารที่เกิดจากวิกฤต และความไม่สงบภายในประเทศซึ่งรวมถึงสงครามกลางเมืองที่นองเลือดในพื้นที่ชายแดนหลายแห่ง

  • "ป๋าวัน"ถามกกต.ทำไมห้ามส.ส.ช่วยประชาชนเจอโควิดเกิน3แสน
  • ขอไทยร่วมใจบริจาควิจัยวัคซีนสู้โควิด

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมียนมาร์มีความพร้อมน้อยที่สุดในภูมิภาคในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพที่สำคัญใดๆ และก่อนหน้าการระบาดของโควิด -19 อย่างรุนแรงในประเทศ เมียนมามีแพทย์เพียง 6.7 คนต่อประชากร 10,000 คนในปี 2018 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่แพทย์ 15.6 คนต่อประชากร 10,000 คน และมีเตียงในโรงพยาบาลเพียง 10.4 เตียงต่อประชากร 10,000 คน ลินท์เนอร์ชี้ว่า “ผู้ติดเชื้อที่กลับมาสะท้อนให้เห็นเพียงส่วนเล็กๆ ของปัญหาที่คนไทยต้องต่อสู้ในขณะนี้ นั่นคือเพื่อนบ้านที่ไม่เพียงแต่ล้าหลังกว่าประเทศไทยหลายทศวรรษในด้านการพัฒนาสังคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ แต่ยังยังมีสงครามกลางเมืองที่ยังคงคุกรุ่นและกลุ่มอาชญากรรมที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระตามแนวชายแดนด้วย”

ทั้งนี้ ซินหัวรายงานว่าเมื่อวันเสาร์ที่19 ธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในประเทศเพิ่ม 989 ราย และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 26 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศแตะที่ 115,187 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขยับเป็น 2,424 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 และออกจากโรงพยาบาลแล้วของเมียนมาอยู่ที่ 94,118 ราย

อนึ่ง เมียนมาตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มี.ค. และได้ทำการทดสอบตัวอย่างส่งตรวจไปแล้วกว่า 1.57 ล้านครั้ง

Photo by Ye Aung THU / AFP

Next Post

คนภูเก็ตออกออกมาใช้สิทธิเลือกท้องถิ่นอย่างหนาตา-ตั้งเป้า70%

ภูเก็ต-คนภูเก็ตและชาวไทยใหม่ทยอยลงคะแนนเลือกตั้งอบ […]