“พุฒ” มีลูกแล้วอ่อนไหวง่าย ซึ้งใจ “จุ๋ย” เป็นแม่ผู้เสียสละ เล่าสาเหตุผ่าข้อเท้าด่วน

MALI

เริ่มต้นปีใหม่มีเรื่องให้เจ็บตัวทันทีเลย สำหรับพระเอกหนุ่ม พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน ที่ทนยื้ออาการบาดเจ็บกระดูกร้าวบริเวณข้อเท้า มานานร่วม 2 ปี หลังจากละครปิดกล้องเคลียร์คิวงานเสร็จเรียบร้อย จึงได้ฤกษ์เข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดทันที

เมื่อ มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าตัว ทั้งเรื่องการมาร่วมงานกับทางช่อง 3HD ในละครเรื่อง ที่สุดของหัวใจ ประกบคู่นางเอกสาว แพทริเซีย กู๊ด ครั้งแรกด้วย ซึ่งเป็นละครโรแมนติกดราม่าครบรส เตรียมออนแอร์ให้ได้ชมกันแล้ว พร้อมทั้งอัปเดตชีวิตหลังเป็นคุณพ่อลูกอ่อนเต็มตัว คอยช่วยภรรยาสุดที่รัก จุ๋ย วรัทยา เลี้ยงลูกชายตัวน้อย น้องพีร์เจ วัยเพียง 2 เดือน และไม่พลาดสอบถามสาเหตุอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า 

โดย พุฒ เผยว่า “เล่นกีฬาครับ จริงๆ คือผมข้อเท้าพลิกแล้วกระดูกร้าวมา 2 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ผ่าสักที ก็ยังใช้ชีวิตได้แหละครับ แต่เวลากลับไปเล่นกีฬา ไปวิ่ง ไปเตะบอล หรือว่าเล่นกีฬาอะไรมันจะเจ็บที่ข้อเท้า มันทิ้งมายาวมากเพราะเราติดถ่ายละครด้วย ไม่มีช่วงที่เบรกจากถ่ายละครให้ผ่าสักทีนึง แล้วบวกกับล่าสุดกลับไปเตะบอลแล้วก็เจ็บซ้ำ หมอก็บอกว่าถ้าเจ็บมาอีก คือต้องผ่าอย่างเดียวแล้วนะ ก็เลยได้ฤกษ์ผ่าข้อเท้าครับ”

“ก่อนที่จะผ่าก็ใช้ชีวิตได้ คือผมเดินเหินอะไรได้ปกติ เพียงแต่ว่าแค่กลับไปเล่นกีฬาแล้วมันจะเจ็บ แต่เราไม่มีเวลาผ่า เราก็ไม่เป็นไรยังใช้ชีวิตได้ เตะบอลได้นิดหน่อย แต่หมอก็บอกตลอดว่า ถ้าเจ็บอีกต้องผ่าแล้วนะ ก็ผ่าแล้วเรียบร้อยครับ”

หมอให้พักเล่นฟุตบอลก่อนไหม ?

“เบรกครับ ตอนนี้ต้องเบรกและหมอก็บอกว่ากลับไปเล่นได้ แต่คงจะไม่ต้องบู๊มากเหมือนแต่ก่อน จังหวะบวกก็ไม่ต้องไปบวกกับเขา บอกว่าให้เน้นแบบเตะบอลเพื่อสุขภาพ”

ตอนนี้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ?

“ถ้าตอนนี้เลยก็คือ ทำงานอาจจะต้องมีไม้เท้าคอยประคองขาตัวเองไป เพราะว่าของพุฒคือไม่สามารถลงน้ำหนักได้เลย เพราะกระดูกร้าวตรงที่คุณหมอเขาตัดกระดูกออกไป ที่เป็นกระดูกอ่อน มันต้องไม่ลงน้ำหนักไม่งั้นกระดูกมันจะไม่งอกออกมา ก็เลยต้องใช้ไม้เท้าประมาณ 6 สัปดาห์ ก็มีผลต่อการทำงาน มีผมต่อการช่วยคุณจุ๋ยเลี้ยงน้อง เราอาจจะอุ้มไม่ได้ หมายถึงว่ายืนอุ้มไม่ได้ แต่ว่าถ้านั่งอุ้มนั่งป้อนนมได้ครับ”

วันแรกๆ ที่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเป็นยังไงบ้าง ?

“วันแรกก็หน้ามืดเลย(หัวเราะ) มันเกร็งครับ วันแรกคือผ่ามาแล้วรุ่งขึ้นกายภาพเขาก็จะมาแบบให้เราฝึกเดินเลย แล้วก็ด้วยความที่แผลมันยังเจ็บอยู่ด้วย เลือดลงเท้า พอซ้อมเดินได้รอบนึงก็พี่ครับ ไม่ไหวแล้วครับ หน้ามืดครับพี่ เพิ่งเมื่อ 4 วันที่แล้วนี่เองครับ”

เอาเฝือกออกแล้วยังต้องใช้ไม้เท้าพยุงไหม ?

“ไม่ต้องแล้วครับ แต่เป็นกระบวนการกายภาพบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้ขากลับมาแข็งแรงจะได้ไม่เจ็บซ้ำอีก หมอบอกต้องค่อยๆ ฝึกกล้าเนื้อขาให้มันแข็งแรงบาลานซ์อะไรใหม่หมดเลย ผมคิดว่าถ้ากลับไปเตะบอลก็คงจะต้องอีกสักพักใหญ่ๆ เลยครับ”

เราเป็นนักวิ่งด้วย อนาคตยังวิ่งได้อยู่ใช่ไหม ?

“วิ่งได้ครับ วิ่งได้ๆ แต่ว่าถ้าวิ่งกันนาน วิ่งระยะยาวขึ้นเหมือนมันจะกดทับไปเรื่อยๆ มันก็จะเจ็บตรงที่มันร้าว ก็จะวิ่งได้ระยะสั้นๆ ครับ จะมีโอกาสเกิดซ้ำได้ ถ้าเรายังใช้ชีวิตโลดโผน ออกกำลังกายหนัก เดี๋ยวหลังจากเอาเฝือกออกต้องกายภาพครับ”

ทำให้เราลดความโลดโผนลงไปขนาดไหน ?

“ลดเลยครับ คือจริงๆ พอเจ็บปุ๊บก็รู้เลยว่า พออายุขึ้นเลขสามปุ๊บมันหายยาก เวลาอะไรที่ต้องปะทะมากๆ เราก็จะค่อยๆ ลดค่อยๆ เลี่ยงลงมาครับ ทุกวันนี้ก่อนที่จะผ่า เลี้ยงลูกก็แทบจะไม่ค่อยได้ทำอะไรแล้ว ลูกเล็กไง ก็ลดลงมาต้องให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นด้วย แต่ไม่ทิ้งครับเรื่องการออกกำลังกาย”

ตอนนี้ลูกชาย น้องพีร์เจ จะ 2 เดือนแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ?

“จ้ำม้ำ อ้วนดีครับ แล้วผมก็เยอะมาก ตอนนี้เริ่มจะเป็นทรงรากไทร ถามว่าเห่อไหม ก็เห่อครับ เพราะเป็นลูกคนแรก แล้วเราทั้งคู่ก็เป็นคู่ที่อยากมีลูกกันมาก พอมีจริงๆ ก็ดีใจครับ พอนั่งป้อนนมช่วงเดือนแรก นั่งป้อนๆ ไป น้ำตาก็มาซะอย่างงั้น คิดว่ามันเรื่องจริงใช่ไหมนี่ เขาอยู่กับเรา”

ใครอ่อนไหวร้องไห้ง่ายกว่ากัน ?

“ตั้งแต่มีลูก ผมรู้สึกว่าผมไหลเร็วกว่า จำโมเมนต์ตอนอยู่ในห้องคลอดได้ คือได้ยินเสียงร้องปุ๊บผมน้ำตาไหลเลย แบบไม่รู้ตัว มันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เรื่องการเลี้ยงเราก็ช่วยกันครับ เพราะว่าคุณจุ๋ยเขาหนักอยู่แล้ว ไหนจะต้องปั้มนม เลี้ยงลูก ส่วนผมมีหน้าที่ป้อนนม พาเรอ พานอน ช่วยอาบน้ำลูก”

อย่างคุณพ่อบางคนเขาไม่กล้าเช็ดก้นให้ลูก เรามีกลัวอะไรไหม ?

“ตอนแรกผมกลัวการเช็ดอึมากเลย พอได้มีลูกเป็นของตัวเองมันต้องทำ มันเหมือนข้ามสิ่งที่เราไม่อยากทำไปโดยไม่มีข้อแม้อะไรเลย เช็ดได้ อึเลอะมือก็สบายมากครับ”

จากหน้าที่แค่สามีตอนนี้ต้องทำหน้าที่คุณพ่อ ชีวิตเปลี่ยนไปไหม ?

“พอมาเป็นคุณพ่อ รู้สึกว่าชีวิตเราต้องรับผิดชอบมากขึ้น แล้วก็คิดเยอะขึ้น ไม่ได้คิดถึงแค่ตัวเรา มันคิดถึงลูกด้วย มันมีความโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกสเต็ปนึง และอะไรที่เป็นสิ่งไม่จำเป็นในชีวิต เราจะตัดมันได้เร็วมาก อาทิเช่น อุปกรณ์การทำกาแฟที่บ้าซื้อมาก แล้วกินอยู่คนเดียวในบ้าน เมื่อก่อนมีรุ่นใหม่ออกมาก็จะซื้อ รู้สึกว่าของมันต้องมี แต่เดี๋ยวนี้ ต้มน้ำแล้วชงได้เลย เน้นสะดวกเน้นเร็วครับตอนนี้(หัวเราะ)”

พูดถึงจุ๋ยพอเขามีลูกแล้ว เรารู้สึกว่าเลือกคนไม่ผิดไหม ?

“เราเลือกไม่ผิดจริงๆ ทุกวันนี้ยังบอกเลยว่าการเป็นคุณแม่นี่เหนื่อยมาก เราเห็นจุ๋ยตั้งแต่แพ้ท้อง อุ้มท้อง ตั้งแต่ต้องฉีดยากระตุ้นไข่ เราอยู่ในช่วงของการมีลูกยากมา 3 ปี อุ้มท้องอีก 9 เดือน พอคลอดออกมาความเป็นแม่ก็ต้องปั้มนม ต้องโน่นนี่นั่น เราเห็นความเสียสละของเขา เรารู้สึกขอบคุณเขามากๆ ที่เขายอมเสียสละตัวเองยอมมีลูกให้เรา และทำให้เรารู้สึกรักแม่เรามากขึ้น เพลงค่าน้ำนมมันเด้งขึ้นมาเลยตอนที่เขาต้องทำอะไรเพื่อลูก”

ส่วนตัวเรามีเพลงกล่อมลูกไหม ?

“ไม่มีครับ แต่ว่าตอนคุณพ่อคุณแม่จุ๋ยเขามา เขาก็จะมีเพลงกล่อมเด็กมาร้องให้ฟัง ส่วนตัวผมไม่มีครับ เพราะว่าร้องไม่เป็นด้วย จะมีแบบชวนคุย ตบตูด เคยร้องแล้วลูกร้องดังขึ้นกว่าเดิม ลูกร้องแข่งกับเรา เราคงเป็นนักร้องเสียงเพี้ยนครับ”

คุณแม่หลายคนจะมีภาวะเครียดหลังคลอด เราต้องช่วยดูแลจุ๋ยอย่างไรบ้าง ?

“โชคดีเขาไม่เป็นมาม่าบลู เขาปกติ ก่อนที่จะคลอดเขาก็จะกังวลเหมือนกัน เขากลัวว่าจะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไหม ปรากฎว่าไม่มี ก็แฮปปี้ไป คุณจุ๋ยจะมีช่วงแรกๆ เพราะว่าเราต้องตื่นกันทุก 2-3 ชม. แล้วคุณจุ๋ยต้องปั้มนมทุก 3 ชม. เขาจะทำแบบนี้ทุกวัน เรารู้สึกว่าเขาเหนื่อยกว่าเรามากๆ เลย ก็ดูแลกันไป”

เรียกว่าเรื่องการเลี้ยงลูกของเราสบายมาก ?

“ไม่โฟร์นะช่วงแรกๆ เพราะเราเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ กลับมาจากโรงพยาบาลสัปดาห์แรก อยู่กันแต่บนห้อง ไม่ได้ลงไปไหนกันเลย เพราะว่ามันยุ่งมาก ยังไม่ลงตัว”

“ตอนแรกคุยกันว่าจะเลี้ยงเอง เป็นพ่อแม่ฟูลไทม์ แต่ผ่านไป 1 เดือนเราก็มาคุยกันว่าแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะว่าพอเราออกมาทำงาน แล้วคุณจุ๋ยคนเดียวเขาก็ไม่ไหว เพราะเขาต้องมีปั้มนมด้วย เลยมีพี่เลี้ยงมาช่วยครับ”

ตอนนี้ลูกเริ่มหน้าเหมือนใคร ?

“เหมือนคุณจุ๋ย จมูกโด่ง ผมดก ตอนนี้แก้มเป็นซาลาเปามาก ถามว่าจะมีคนที่สองต่อเลยไหม ต้องดูคุณจุ๋ยว่าสภาพร่างกายเขาเป็นยังไงบ้าง ไข่ที่เก็บยังมีเหลืออยู่ครับ คือตอนนี้ผมอยากมีลูกแค่คนเดียว แค่คนแรกก็เหนื่อยแล้ว”

“ตอนแรกอยากมีสัก 3-4 คน ตอนนี้รู้สึก 2 คนดีกว่าพอแล้ว แต่ถ้ามีอีกคน ก็จะมีติดๆ กันเลย เพราะด้วยความที่เราก็อายุเยอะ ไม่อยากที่จะแบบว่าเราแกลูกเป็นวัยรุ่น เราก็ไม่อยากแก่มาก แล้วลูกวัยรุ่น”

Next Post

"แมท ภีรนีย์" เผยครั้งแรก ความรู้สึกหลังเจอดราม่า ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งให้

หลังจากที่โดนพายุดราม่ากระหน่ำใส่ตั้งแต่ต้นปี ล่าส […]

คุณอาจชอบ