มหาจุฬาอาศรมรำลึก

KANDA

มหาจุฬาอาศรมรำลึก

โดย อุทัย มณี

***************

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่าน ผู้เขียนและกลุ่มเพื่อน ๆ รุ่น พธ.บ.46  ทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสได้เดินทางไปร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระวิปัสสนา คณาจารย์ และนิสิตคณะสังคมศาสตร์ ที่มหาจุฬาอาศรม ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในยุคที่เป็นนิสิตผู้เขียนเคยไปปฎิบัติธรรมที่นี่ 2 ปีซ้อนคือในปี พ.ศ.2541 และในปี 2542 ยุคนั้นมหาจุฬาอาศรมมีกุฎิเก่า ๆ อยู่แค่ 1-2 หลังเป็นดงมะพร้าวและมีต้นลำไยแซม ๆอยู่ทั่วไป บนพื้นที่ 79 ไร่ ด้านหลังติดภูเขา รอบ ๆ มีห้วยน้ำ

ยุคที่พวกเราไปปฎิบัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยังไม่มีชื่อเสียงขนาดนี้ นิสิตก็ไม่มากขนาดนี้ การเป็นอยู่การอุปถัมภ์ของญาติโยมก็อาจจะน้อยกว่ายุคปัจจุบันมาก จำได้คร่าว ๆ ว่า ตอนเช้าจะมีกาแฟกับกล้วย ส่วนตอนกลางวันจะมีเจ้าภาพที่พอจำชื่อได้บ้าง ครูครัวครูต้อนำกะหรี่ปั๊บและอาหารมาถวายนิสิตเราทุกวัน และอีกท่านหนึ่งคือคุณป้าประเทือง ยุคนั้นคือ ร้านประเทืองไฟฟ้า พอจะจำได้ก็มีประมาณนีh

ฟังจากการบอกเล่าของพระมหาพีรพล วิโรจโน หรือ พระครูศรีนิคมพิทักษ์ ผู้เป็นประธานสงฆ์ที่นี่ท่านเล่าว่า

“ปัจจุบันครูต้อเสียชีวิตแล้ว ลูก ๆ ก็มาทำบุญบ้างแต่ไม่ประจำ ส่วนคุณป้าประเทืองมาต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะเมื่อมีนิสิตมาปฎิบัติธรรมท่านจะมาทุกวันไม่เคยขาด มีความศรัทธามั่นคงมากต่อพระพุทธศาสนา

  • ทรงบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 11 
  • พระธรรมโพธิวงศ์จัดสาธยายพระไตรปิฎกวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตียุคโควิด-19ระบาด

อาศรมแห่งนี้ มีขนาด 79 ไร่ ที่ เดิมเป็นซึ่งเป็นสวนมะพร้าวและลำไย ของนางชวนชื่น ศีระวงษ์ ซื้อในนามของมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2517 ในราคา 350,000 บาท ตัวตั้งตัวตียุคนั้นมี หลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ หรือ เจ้าคุณประยุทธ ปยุตฺโต อาจารย์ดนสวัสดิ์ ชาติเมธี เป็นต้น

ในปี 2544ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการให้ทางราชการโอนเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินจากมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นมหาจุฬาอาศรม ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน…”

พวกเราโชคดีวันที่พวกเราไปเลี้ยงเพลมีโอกาสได้ใส่บาตร พระราชปริยัติกวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งหลังจากท่านให้ศีลให้พรเรียบร้อยแล้ว ก็นำรับบาตรจากศรัทธาของญาติโยม วันที่พวกเราไปอาจเป็นวันแรก ๆ มีคนมาร่วมใส่ 2-3 เจ้าภาพ แต่อาหารการฉันก็เพียงพอ เพราะมีแม่ครัวประจำคอยเต็มเติมไว้ให้ด้วย

การปฎิบัติธรรมประจำปีของนิสิตมหาจุฬา ฯ ถือว่าเป็น “ข้อบังคับอย่างเข็มงวด” สำหรับนิสิตที่นี่ทั้งพระและฆราวาส ตลอดหลักสูตรอย่างน้อยต้องปฎิบัติธรรม 45 วันขึ้นไป ส่วนอาจารย์ผู้สอนช่วงนี้ก็เป็น “เด็กวัด” คอยดูแล คอยบริการนิสิต และปฎิบัติธรรมร่วมกับนิสิตด้วย

มหาจุฬาอาศรมยุคนี้ ไม่มีเหมือนยุคเมื่อ 20 ปีที่แล้วจริง ๆ สถานที่นี้ร่มรื่น ร่มเย็น กุฎิเกิดขึ้นหลายหลัง มีอุโบสถแบบเรียบร้อย แต่พอให้กลิ่นอายของบรรยากาศการปฎิบัติธรรมสมัยผู้เขียนเป็นนิสิตเมื่อ 20 ปีที่แล้วบ้างคือ “สถานที่อาบน้ำชั่วคราว” ที่มาถังมาวาง ๆ เอาไว้แล้วมีผ้ากั้นให้นิสิตได้อาบกัน ส่วนห้องน้ำสำหรับปลดทุกข์เห็นมีหลายห้อง แต่เมื่อเข้าไปใช้ส่วนใหญ่ “พังหมดแล้ว”

สำหรับการปฎิบัติธรรมปีนี้สอบถามจาก ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มจร ท่านเล่าว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยส่วนกลาง นอกจากจะมีการปฎิบัติธรรมตามสถานที่ที่แต่ละคณะได้กำหนดไว้แล้ว ในส่วนของภูมิภาคก็มี เช่นเดียวกันรวมกันแล้วเกือบ 40 จังหวัดทั่วประเทศ  เช่น วิทยาเขตหนองคาย วิทยาเขตเชียงใหม่ วิทยาเขตนครศรีธรรมราช วิทยาเขตแพร่ หรือแม้กระทั้งวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

ซึ่งส่วนใหญ่จะปฎิบัติธรรมภายในพื้นที่ของตนเอง มีบางวิทยาเขตอาจออกนอกพื้นที่เช่น วิทยาเขตแพร่ วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี รวมกันแล้วนับหมื่นรูป/คน ในส่วนกลางที่ มจร วังน้อยก็มี ที่พุทธมณฑลก็มี จึงขอเชิญชวนชาวพุทธไปร่วมถวายภัตตาหารหรือน้ำปานะ นิสิตได้ หากสงสัยประการใดติดต่อสอบถามได้ที่กลุ่มงานธรรมวิจัย มจร วังน้อย โทร 035-248-000 ต่อ 8138 

            

Next Post

รักษาสิทธิ!ชาวบ้านยอมลำบากพายเรือมาลงคะแนนเลือกตั้งอบจ.

สุราษฎร์ธานี-ผู้ว่าฯทึ่งชาวบ้านรักประชาธิปไตยพายเร […]