ย้อนชมวาทะเด็ด ประยุทธ์คิกออฟฉีดไฟเซอร์ บอกเด็กๆ “ไม่ต้องกลัวลุง ลุงเป็นทหาร”

MALI

นายกรัฐมนตรี ร่วมคิกออฟฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กนักเรียน ย้ำวัคซีนมีเพียงพอถึงปีหน้า ลั่นทำงานมา 2 ปี ตั้งแต่โควิดระบาดไม่ได้พัก ขอเห็นใจคนทำงานหยุดสร้างความเกลียดชัง บอกนักเรียนกลัวอะไรลุง เป็นทหาร ขอนักเรียนคิดเยอะๆ อย่าทำไม่ดี อนาคตเสียหาย ก่อนทิ้งท้าย “ลุงรักทุกคน”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน ร่วม Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ตามแนวปฏิบัติตามมาตรการ Sand Safety Zone In School

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เด็กเป็นโอกาสแรกที่จะได้รับวัคซีน พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานถือโอกาสได้พบครู เด็กนักเรียนและ ส.ส.ในพื้นที่ การทำงานต้องทำร่วมกันทั้ง 3 อำนาจ จำเป็นที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกันมาโดยตลอดในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลดีกับประเทศชาติบ้านเมือง สิ่งสำคัญในสถานการณ์สถานการณ์คือ โควิด-19 และอุทกภัย จะไปถึงสถานการณ์ ด้านเศรษฐกิจ และวางแผนแก้ไขปัญหาทุกอย่าง

นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ต้องเรียนฝากไปถึงครูและเด็กทุกคนให้เข้าใจว่าประเทศชาติอยู่ได้อย่างไร วันนี้มีปัญหาอะไรก็แก้ไปทำให้ดีที่สุด จนกว่าจะเรียบร้อย สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 มีผลกระทบมากมายทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย มีสถิติการติดเชื้อเสียชีวิตจำนวนมากหลายล้านคน ทั่วโลก เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ซึ่งการเรียนการสอนก็มีอยู่หลายช่องทาง กรณีเด็กที่อยู่บ้านวันนี้ ก็เห็นภาพหลายภาพที่มีผู้ปกครอง นั่งเรียนกับลูกด้วย คงไม่ใช่เป็นภาระ แต่ตอนถือว่ามีเวลาก็เป็นช่วงเวลาที่อยู่กับลูกหลาน เป็นช่วงเวลาของครอบครัวที่ได้อยู่ร่วมกัน ต่างคนต่างเรียนรู้ไปด้วยกัน ต้องขอโทษด้วยถ้าหากหลายคนรู้สึกว่าเป็นภาระ วันนี้ต้องใกล้ชิดกันในครอบครัวให้มากขึ้นเพื่อให้มีภูมิต้านทานในการที่จะอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือวันนี้เป็นการส่งเสริมและเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาให้เดินหน้าไปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นๆ ซึ่งครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีการฉีดวัคซีนให้ไปเรียน เปิดเทอมก็คงจะได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนเพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่โรงเรียน วัคซีนที่ฉีดให้ในวันนี้เป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หลายประเทศก็มีการอนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป 

แต่ทั้งหมดจะต้องขอขอบคุณทุกคนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม ครอบครัวเพราะรัฐบาลต้องการเห็นภาพทุกคนรับวัคซีน ส่วนที่มีคนบอกว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ ในการจัดหาวัคซีน ซึ่งมี 2 ประเภทคือวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหาให้เป็นการเจรจาของรัฐบาลต่อรัฐบาล ส่วนวัคซีนทางเลือกก็อีกเรื่องหนึ่ง เป็นการเจรจาระหว่างผู้จำหน่ายวัคซีน เป็นทางเลือกให้กับคนทั่วไป 


ย้ำวัคซีนมีเพียงพอ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ในปีนี้วัคซีนจะมีเพียงพอ และมีเพียงพอไปถึงปีหน้าโดยคาดการณ์ว่าจะมีวัคซีนถึง 150 ล้านโดส ถึง 170 ล้านโดสในปีนี้ และคิดว่าจะฉีดวัคซีนครบถ้วนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ทุกประการ วันนี้ต้องเดินหน้าประเทศไปข้างหน้าโดยเฉพาะรัฐบาลดำเนินการมาต่อเนื่อง ในการจัดหาวัคซีนได้ปกติ ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคควบคุมตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ถ้าเป็นอย่างนี้จะทำอย่างไร หากเป็นอย่างนั้นจะทำอย่างไร คือการคิดที่เป็นระบบ เพราะฉะนั้นฝากครูฝากนักเรียนช่วยกันศึกษาเรียนหนังสือ 

นอกจากนี้ต้องคิดว่าวันหน้าจะมีงานทำหรือไม่ สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ญาติพี่น้องในครอบครัวได้หรือไม่ วันนี้รัฐบาลสร้างงานไว้รอไว้ข้างหน้าทั้งการลงทุนใน eec เศรษฐกิจใหม่การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่หลายอย่าง ฝากหลานทุกคนด้วยให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้มากกว่าเรื่องอื่นๆว่าจะเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร ต้องมีจุดมุ่งหมายในการเรียนหนังสือ ไม่ใช่เรียนเพื่อให้จบได้ปริญญา แต่ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะมีงานทำหรือไม่ ส่วนจบแล้วจะมีงานทำ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนักในปัจจุบัน หากไม่มีความพร้อมจะก็จะมีปัญหามากแน่นอน ขอให้ทุกคนสนใจเรื่องการเรียนให้ได้มากที่สุด สนใจสถาบันครอบครัว พ่อแม่พี่น้องญาติที่บ้าน นั่นคือเทือกเขาเหล่ากอของเรา เหมือนตนก็มีรากเหง้าของตน หากรู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ประวัติศาสตร์ศีลธรรมหรือศาสนาอื่นๆเพราะทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีสิ่งสำคัญที่สุดคือวินัย 

โดยนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ตนอาจจะเป็นทหารมาก่อน เพราะฉะนั้นตนได้รับการฝึกการทหารของตนมา ตนไม่เคยต่อต้านเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องของวินัยที่ต้องมีทุกคน หากไม่มีวินัยก็จะสับไปสับเรื่อยๆอยากทำอะไรก็ทำบางทีก็รบกวนสมาธิคนอื่นเขาเหมือนกัน ก็ขอฝากไว้ด้วยก็แล้วกัน พยายามจะทำให้ดีที่สุดในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติและพัฒนาตัวเรา เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการที่จะพัฒนาประเทศภายใต้กรอบการบริหารราชการแผ่นดิน ของ 3 อำนาจที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกันอยู่แล้วและกลไกหลักของชาติ 

ทำงานมา 2 ปี ตั้งแต่โควิดระบาดไม่ได้พัก

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวบนโพเดียมอยู่นั้นได้ ถามนักเรียนว่า

“คันๆเป็นอะไรหรือไม่ ที่พูดอยู่นี่ขอโทษนั่งให้เรียบร้อยหน่อย คนเราต้องมีวินัย เพราะวินัยและกฎหมายทำให้ทุกประเทศอยู่ได้ถ้าไม่มีกฎหมายไม่มีวินัยไม่มีอะไรเลยก็อยู่ไม่ได้หรอก ประเทศนั้นก็เป็นโจรเข้าไปอีก สิ่งที่ต้องคาดหวังคือทุกคนต้องมีงานทำปล่อยเนื้อปล่อยตัวก็ไปไม่ได้ให้หมดข้างหน้า อย่าให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ทำงานมา 2 ปีกว่าๆ ตั้งแต่มีการแพร่ระบาด ไม่ได้หยุดพัก เห็นใจคนที่เขาทำงานด้วย ปัญหามีอยู่เยอะแยะแต่จะทำอย่างไรให้ประเทศเราลดปัญหาไปได้ด้วยการเข้าใจซึ่งกันและกัน อย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ตนเป็นห่วงตรงนี้อย่างที่สุด”

บอกนักเรียนกลัวอะไร ลุงเป็นทหาร

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายกรัฐมนตรีเดินให้กำลังใจนักเรียน ได้สอบถามถึงอนาคต รวมทั้งให้กำลังใจ ในการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ โดยระบุว่า ไม่ต้องกลัว เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว แม้หากอนาคตจะติด ก็เป็นเพียงเล็กน้อย อาการไม่มาก ครั้งนี้ช่วงหนึ่ง เด็กรายหนึ่งทำถ้ามีท่าทีกลัวนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า

“ลุงเป็นคนน่ากลัวหรือ ไม่น่ากลัวหรอก ซึ่งชีวิตของลุง เป็นทหารมาอย่างเดียว คิดอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลง ที่อยากเป็นทหาร เพราะตลอดชีวิต อยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่มีแต่ทหาร พ่อก็เป็นทหาร ดังนั้นเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน พุ่งเป้าไปให้ถึง คิดเพื่อตัวเอง เยอะๆ อย่าไปคิดถึงเรื่องเลอะเทอะ เพราะหากทำไม่ดี อนาคตก็จะเสียหาย ลุงรักทุกคน”

พร้อมขอให้เด็กนักเรียนทุกคนต้องรู้เป้าหมายของตัวเอง และวางเป้าหมายไว้ ถ้าอยากเป็นลิซ่าก็ต้องทำให้ได้

โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดแผนให้นักเรียน นักศึกษา ทุกสังกัด ที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี จำนวน 5,048,081 คน เบื้องต้นมีผู้ประสงค์จะฉีด 3.61 ล้านคน คิดเป็น 71.67 จะได้รับการฉีดวัคซีนสูตรไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ ตั้งแต่ 4 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยจะเริ่มฉีดให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ที่มีจำนวน 15,465 แห่ง ใน 29 จังหวัดก่อนและจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน สำหรับโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสพป. กรุงเทพมหานคร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษา ปีที่ 6 มีนักเรียนช่วงอายุระหว่าง 12-18 ปี ที่มีคุณสมบัติรับการฉีดวัคซีนจำนวน 799 คน สมัครใจฉีด 695 คน คิดเป็นร้อยละ 86.98 โดยในวันนี้ก็จะเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน 200 คน และจะทยอยฉีดวัคซีนนักเรียนคนอื่นเมื่อได้รับการจัดสรรในรอบต่อๆ ไป ไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าอนาคตของเรา เราต้องกำหนดอนาคตให้ได้

Next Post

ยอมกันที่ไหน! พรรคกล้าชู "กรณ์" เท่านั้น เหมาะสมที่สุดเป็นนายกฯ คนต่อไป

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึ […]

คุณอาจชอบ