รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักที

KANDA

รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักที

คฤหาสน์โบราณนครมุมไบ ทุบสถิติซื้อขายแพงสุดของอินเดียเมื่อ 5 ปีก่อน จนทุกวันนี้เจ้าของยังเข้าบ้านไม่ได้

เมื่อ 5 ปีก่อนมหาเศรษฐีบริษัทผู้ผลิตยาชื่อดัง ไซรัส ปูนาวัลลา ของอินเดีย เจ้าของฉายา “ราชาวัคซีนแห่งอินเดีย” ได้ตกลงซื้อคฤหาสน์ลินคอล์น เฮาส์ (Lincoln House) บนพื้นที่กว่า 4,645 ตร.ม. ติดทะเลในนครมุมไบ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกในครอบครัว

การซื้อขายครั้งนี้กลายเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย ด้วยมูลค่า 7,500 ล้านรูปี หรือราว 113 ล้านเหรียญสหรัฐ

ลินคอล์น เฮาส์ ก่อนหน้านี้เรียกว่า วันกาเนอร์ เฮาส์ (Wankaner House) ตามชื่อของเจ้าของเดิมคือ เซอร์ อมรสิงหจี พาเนสิงหจี มหาราชาแห่งรัฐวันกาเนอร์ สร้างขึ้นเมื่อปี 1933 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังแห่งยุคคือคล็อด แบตลีย์ ชาวอังกฤษ

ลินคอล์น เฮาส์ มีขนาดที่ใหญ่โตมากเพราะมันคือวังมหาราชาดีๆ นี่เอง และมีสถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างสถาปัตยกรรมอินเดียยุคโมกุลกับสถาปัตยกรรมตะวันตก มันจึงสวยงามลงตัวและยังมีโลเคชั่นที่สุดยอดเพราะตั้งอยู่ริมทะเลและสวนขนาดใหญ่

หลังจากอินเดียได้รับเอกราชและยกเลิกระบบมหาราชา เจ้าของเดิมจึงขายวังให้กับรัฐบาลสหรัฐในปี 1957 โดยปล่อยเช่าเป็นเวลาถึง 999 ปี เพื่อใช้วังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลใหญ่สหรัฐในมุมไบ และเปลี่ยนชื่อเป็น ลินคอล์น เฮาส์ ตามชื่อ อับราฮัม ลินคอล์น ของประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐ จนกระทั่งในเดือนกันยายนรัฐบาลสหรัฐก็ขายลินคอล์น เฮาส์ให้ชาวอินเดียกลับคืนไป

ในตอนนั้นอะดาร์ ปูนาวัลลา บุตรชายของไซรัส ซึ่งเป็นตัวแทนซื้อขายครั้งนี้เผยเหตุผลว่า แม้ว่าคฤหาสน์นี้จะเห็นได้ดาษดื่นทั่วไปในลอนดอน แต่ที่อินเดียนั้นถือว่านับนิ้วได้เลย เมื่อสิ่งปลูกสร้างนำเข้าสู่ตลาดการซื้อขาย ทางครอบครัวจึงไม่รีรอที่จะทุ่มเงินเพื่อให้ได้มาครอบครอง

ไซรัส ปูนาวัลลาดูเหมือนจะถูกใจสถานที่แห่งนี้แทบทุกองค์ประกอบ ทั้งที่ตั้งที่อยู่ใกล้น้ำ มีวิวทิวทัศน์เป็นของตัวเอง และอยู่ในศูนย์กลางการเงินของประเทศ ขนาดก็ใหญ่เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัว

แต่จากวันนั้น (2015) จนถึงวันนี้ (2020) ไซรัส ปูนาวัลลากับครอบครัวก็ยังเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้ สาเหตุก็เพราะสัญญาเช่าที่เจ้าของเดิมให้ไว้กับรัฐบาลสหรัฐที่บอกว่าจะปล่อยให้เช่าถึง 999 ปี ดันเป็นกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลท้องถิ่นรัฐมหาราษฏระ (ที่ตั้งของนครมุมไบ) และรัฐบาลกลางของอินเดีย

  • ซื้อบ้านอย่างไร เมื่อแบงก์คุมเข้มปล่อยกู้
  • Megatrend กับการลงทุนในประเทศไทยหลัง COVID-19

ThePrint รายงานว่ากระทรวงกลาโหมของรัฐบาลกลางอินเดียอ้างว่าที่ดินของคฤหาสน์นี้เป็นที่ดินฝ่ายกลาโหมของรัฐบาลกลาง ส่วนรัฐมหาราษฏระกล่าวว่าเป็นเจ้าของเดิมของคฤหาสน์นี้ที่แท้จริง โดยอ้างกฎหมายปี 1935 ที่ระบุว่าที่ดินที่ปล่อยให้เช่าเป็นที่ดินในครอบครองของรัฐนั้นๆ แถมยังบอกว่ารัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎหมาย และต้องแบ่งรายได้จากการขายคฤาสน์ให้รัฐมหาราษฏระ 50% ด้วย

อะดาร์ ปูนาวัลลาบอกกับ ThePrint เขาก็ไม่รู้หมือนกันว่าทำไมเรื่องถึงยังไม่เคลียร์สักที และมีรายงานว่าคนในครอบครัวปูนาวัลลาไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินดียตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว แต่ก็ยังเคลียร์ไม่ได้

ว่ากันที่เจ้าของบ้านคือ ปูนาวัลลา เขาเป็นเจ้าของบริษัท Serum Institute of India ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่รายหนึ่งของโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ องค์กร ผลิตภัณฑ์ และทุกสิ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้เรียกได้ว่าเป็นลูกที่เขาคลอดเองโดยแท้ เพราะตระกูลของเขาแต่เดิมเป็นเจ้าของสนามแข่งม้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจอย่างแรกของเขาคือ ผลิตรถสปอร์ต

อย่างไรก็ดี ปูนาวัลลา มองว่าต้องใช้เงินทุนมากมายกว่าที่คิดและกลุ่มลูกค้าก็เล็กมาก เขาจึงเปลี่ยนมามองหาสินค้าที่คนส่วนใหญ่ต้องการ

วันหนึ่งขณะที่เขากำลังคุยกับสัตวแพทย์ในฟาร์มม้าของเขา เป็นจังหวะที่ม้าแก่ในฟาร์มกลุ่มหนึ่งกำลังถูกส่งไปให้สถาบันของรัฐเพื่อผลิตเซรุ่มพอดี เขาจึงเริ่มคิดทำกระบวนการผลิตเซรุ่มจากม้าในฟาร์มของตัวเอง และก็กลายเป็นที่มาของบริษัทผลิตวัคซีนที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ และเป็นผู้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อป้องกันและรักษาโรคร้ายระดับโลก

ปัจจุบัน ปูนาวัลลาวัยราวๆ 78 – 79 ปีมีทรัพย์สินรวมกันมูลค่าถึง 11,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถึงจะซื้อขายด้วยมูลค่าสูงที่สุด แต่คฤหาสน์ลินคอล์นก็ยังไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุด เพราะตำแหน่งนั้นเป็นของ “แอนทิเลีย” ตึกระฟ้าสูง 27 ชั้น หรือเทียบเท่าตึกทั่วไปที่มีความสูง 60 ชั้นทางตอนใต้ของนครมุมไบ ของ มูเกซ อัมบานี อภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของประเทศ

อัมบานี ทุ่มทุนสร้างแอนทิเลีย สูงถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ กับเวลาก่อสร้างอีก 7 ปี แล้วเสร็จเมื่อปี 2010 ปัจจุบันเมื่อรวมราคาที่ดินที่สูงขึ้น กับค่าตกแต่งและดูแล คาดว่าราคารวมน่าจะสูงมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยต้องจ้างพนักงานดูแลสถานที่รวม 600 คน

ภาพ Abracadabra123

Next Post

คนไทยมือไวกดซื้อของออนไลน์พุ่งเดือนละ5.2 หมื่นล้าน

"พาณิชย์" ชี้ประชาชนซื้อของผ่าน Lazada- […]