“วิโรจน์” อัด “บิ๊กตู่-เสี่ยหนู” จัดหาวัคซีนล่าช้า กระจุกความเสี่ยงไว้บริษัทเดียว

KANDA

“วิโรจน์” อัด “บิ๊กตู่-เสี่ยหนู” จัดหาวัคซีนล่าช้า กระจุกความเสี่ยงไว้บริษัทเดียว

ก้าวไกล ฉะ “บิ๊กตู่-อนุทิน” ทำแผนวัคซีนโควิด-19 ล่าช้า กระจุกความเสี่ยง ทำคนตกงานเพิ่มเศรษฐกิจเสียหาย

วันที่17 ก.พ. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ผู้อำนวยการ ศบค.และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบเข้าแรงงานต่างชาติ และบ่อนการพนัน นำมาสู่การระบาดระลอกใหม่ จนนำมาสู่พื้นที่ระบาดในหลายพื้นที่ และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยการท่องเที่ยวปี 63 สูญรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท ธปท.ประเมินว่าจะมีแรงงานตกงานอีก 4.7 ล้านคน

นายวิโรจน์ยังอภิปรายถึงการจัดหาวัคซีน COVID-19 ที่ล่าช้าว่า เดิมแผนการจัดหาวัคซีน จำนวน 65 ล้านโดส นั้นจะมีการฉีดวัคซีนในปี 64 จะมีผู้ได้รับวัคซีน 11 ล้านคน ปี 65 อีก 11 ล้านคนและ ปี 66 อีก 10 ล้านคน ซึ่งเป็นแผนที่ล่าช้ามาก ๆที่จะครอบคลุมประชากรถึงครึ่งหนึ่งกว่า 30 ล้านคน และการจัดหาวัคซีนเน้นไปที่วัคซีนของแอสตราเซเนกาเพียงเจ้าเดียว และหลังจากที่ประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.63 มติให้หาวัคซีนจากแหล่งอื่นอีก ร้อยละ 30 และตกลงให้หาแบบทวิภาคีจากที่อื่น และร้อยละ 20 จาก COVAX ซึ่งไม่มีคำแนะนำให้การจัดหาวัคซีนที่กระจุกอยู่ที่แอสตราเซเนก้าเท่านั้น

ทั้งนี้ การจัดหาวัคซีนจาก COVAX ที่ไม่คืบหน้า ตั้งคณะทำงานล่าช้า รวมถึงแถลงว่าไม่เข้าร่วมเพราะกฎหมายไม่เอื้อ ผ่านมา 7 เดือน นายอนุทินได้เจรจาใหม่ และแถลงว่าประเทศไทยเป็นประเทศฐานะปานกลาง จึงไม่เข้าร่วม COVAX ทั้งที่มี 172 ประเทศเข้าร่วม และอาเซียนเข้าร่วมทุกประเทศยกเว้นไทย ทั้งนี้ควรกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนเช่นเดียวกับที่หลายประเทศดำเนินการ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ขณะที่ไทยกระจุกที่วัคซีนเจ้าเดียวเป็นส่วนใหญ่ส่วนน้อยจากซิโนแวค

  • รองโฆษกปชป.ซัด "ปารีณา" ปล่อยปากตามอารมณ์หลังพาดพิง "ชวน"
  • “บิ๊กตู่” ลั่น ส.ส.คนไหนไม่อยากฉีดวัคซีนก็ส่งชื่อมา แต่ขอให้ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า นายอนุทินยังพูดถึงผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน pfizer ซึ่งอาจกระทบต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนของประชาชน ซึ่งขอเตือนนายอนุทินว่าอย่าเอาข่าวปลอมมาพูด รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพียงเจ้าเดียวก็อาจมีปัญหาหากมีผลข้างเคียงได้

นอกจากนี้ แพทย์และผู้เชี่ยวชาญเคยเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินว่า ควรฉีดวัคซีนให้ กลุ่มอายุ 20-49 ก่อน เนื่องจากมีการเดินทางมากกว่าและมีความแข็งแรง เหตุใดจึงไม่เชื่อแพทย์และจะฉีดให้ผู้สูงอายุก่อนโดยเฉพาะแอสตร้าเซเนก้าที่ในยุโรปจำกัดการฉีดในผู้สูงอายุ

นายวิโรจน์ ยังระบุว่า ขณะที่การนำงบฯไปอุดหนุน 600 ล้านบาทในการผลิตวัคซีนของเอกชน และการระบุว่า บ.เอกชน และแอสตร้าเซเนก้าบอกว่า ผลิตวัคซีนโดยไม่ทำกำไรจะเป็นในช่วงแรกเท่านั้นหากการระบาดจบในปี 65 จะสามารถทำกำไรได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้เปิดรายละเอียดสัญญาที่ทำกับแอสตราเซเนกาเพื่อให้ตรวจสอบได้ ซึ่งเคยขอข้อมูลแต่ไม่ได้รับข้อมูล โดยนายอนุทินปฏิเสธโดยอ้างว่าต้องได้รับการอนุญาตจากคู่สัญญาหากเปิดเผยข้อมูลจะถูกยกเลิกสัญญาและขึ้นราคาวัคซีนได้

Next Post

รองโฆษกปชป.ซัด "ปารีณา" ปล่อยปากตามอารมณ์หลังพาดพิง "ชวน"

รองโฆษกประชาธิปัตย์ ซัด "ปารีณา" อาจกินย […]