ศาลรับฟ้อง”ธนาธร”พร้อมพวก คดีแฟลชม็อบ – นัด22ธ.ค.

KANDA

ศาลรับฟ้อง"ธนาธร"พร้อมพวก คดีแฟลชม็อบ - นัด22ธ.ค.

ศาลรับฟ้อง "ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ-พิธา-ไพรัฏฐโชติก์" คดีแฟลชม็อบ ปี 62 ทั้งหมดการปฏิเสธทุกข้อหา นัดตรวจพยานหลักฐาน 22 ธ.ค.นี้ ปล่อยตัวชั่วคราว "ธนาธร" ลั่น อย่าคิดจับแกนนำแล้วจะจบ

เมื่อวันที่ 29 ตค.63 นายธนาธร? จึงรุ่งเรืองกิจ? ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล? เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์? หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร? อดีตผู้สมัคร ?ส.ส. พรรคอนาคตใหม่? จ.นครปฐม? เข้ารับฟังคำสั่งอัยการศาลแขวงปทุมวัน? ในคดีร่วมกันชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน? เมื่อวันที่? 14? ธ.ค.62

ศาลฯพิจารณาแล้ว มีความเห็นรับฟ้องตามพนักงานอัยการที่ยื่นฟ้อง ทั้งหมด 6 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 5.ชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตร และ 6 เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแต่ไม่เลิก

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ตัวแทนทนายความผู้ต้องหาทั้งหมด กล่าวว่า อัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ในหลายข้อหา ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ อาทิ ไม่แจ้งเจ้าพนักงาน มีการชุมนุมเขตพระราชฐานใกล้วังสระปทุม ไม่เกิน 150 เมตร ขัดขวางการคมนาคมรถไฟฟ้าบีเอส ใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก โดยทั้ง 5 ให้การปฎิเสธ ขณะที่ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 22 ธ.ค.63 เวลา 10.00 น.

  • เพื่อไทยจี้"บิ๊กป้อม"เปิดรายงานสรุปปรองดองสมัยคสช.
  • เปิด4จุดชุมนุมม็อบ#29ตุลามีทั้งในกทม.-ขอนแก่น

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า สิ่งที่เกิดกับตน และนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งนิสิต นักศึกษา นักเรียน ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องความถูกต้อง เรียกร้องประชาธิปไตย ความเป็นธรรมในสังคม คือ นิติสงคราม เป็นการใช้กฎหมายมาทำให้หวาดกลัวเพื่อไม่ให้ลุกขึ้นต่อสู้กับความอยุติธรรมในสังคม

แต่ความคิดที่ว่าหากจับแกนนำเข้าคุกได้เรื่องจะจบนั้น เป็นการคิดที่ผิด เพราะตั้งโจทย์ผิด โจทย์ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าพวกเราอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของนักศึกษา เป็นคนยุยงปลุกปั่นนักศึกษา เมื่อตั้งโจทย์แบบนี้ วิธีการแก้ปัญหาเอาคนที่อยู่เบื้องหลัง เอาคนที่เป็นแกนนำข้างหลังออกไปให้หมด เข้าคุกให้หมดทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งไม่ใช่ “โจทย์มันผิด พวกเขาที่อยู่ข้างนอกเคลื่อนไหวด้วยเจตนารมอันเป็นเสรี ไม่มีผม พิธา ปิยบุตร พรรณิการ์ พวกเขาก็ต่อสู้ต่อ เรียกร้องสิ่งที่ถูกต้องต่อ พอตั้งโจทย์ผิด เข้าใจปัญหาสังคมผิด ก็นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิด การจับพวกเราและแกนนำคนอื่นๆ เข้าคุก ไม่ทำให้ปัญหาจบ มีแต่จะยิ่งทำให้ความโกรธแค้นของประชาชนบานปลายไป”นายธนาธร กล่าว

Next Post

แรมโบ้อีสานแนะเพื่อไทยอยากเป็นรัฐบาลให้เข้ามาตามกติกาอย่าใช้ทางลัด

สุภรณ์เผยนายกฯจริงใจหาทางออกประเทศ ถามกลับเพื่อไทย […]