สช.ย้ำ “มติบอร์ดสุขภาพชาติ” เดินหน้าแบน “พาราควอต”

KANDA

สช.ย้ำ "มติบอร์ดสุขภาพชาติ" เดินหน้าแบน "พาราควอต"

“นพ.ประทีป” หนุนไทยเดินหน้าตามมติบอร์ดสุขภาพชาติปี55 เห็นชอบให้ ลด-ละ-เลิก 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ระบุ มีหลักฐานทางวิชาการ "พาราควอต" เป็นอันตรายค้านทบทวนการแบน

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่เปรียบเสมือนบอร์ดสุขภาพของชาติ ทำหน้าที่พิจารณาและเสนอแนะทางวิชาการประกอบการจัดทำนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งเมื่อปี 2555 ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เคยมีมติเรื่อง “ความปลอดภัยทางอาหาร: การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ให้มีการลด ละ และเลิกการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช ไกลโฟเสต พาราควอต และคลอร์ไพรีฟอส

นอกจากนี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติยังได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการทบทวนการอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดเพื่อผลักดันเป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4 เพราะมีหลักฐานทางวิชาการชัดเจนว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งในหลายประเทศมีการยกเลิกสารดังกล่าวแล้ว

  • ดีเดย์แบน 3 สาร 1 มิ.ย. เกษตรกรต้องส่งคืนร้านค้า ภายใน 29 ส.ค.
  • ราชกิจจาฯ ขึ้นบัญชีแบน "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส" ตั้งแต่ 1 มิ.ย.

นพ.ประทีป กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรดำเนินการตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และไม่ควรทบทวนการประกาศแบนสารพาราควอต แต่ควรเร่งหาวิธีทดแทนการกำจัดศัตรูพืชที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นแหล่งอาหารของโลก จึงควรเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

“สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายที่ทำงานเรื่องความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต ต่างมีจุดยืนตรงกันว่าไม่เห็นด้วยที่หน่วยงานใดจะผลักดันเพื่อให้มีการทบทวนการแบนสารพาราควอต เนื่องจากมีหลักฐานทางวิชาการยืนยันชัดเจนว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประเด็นนี้เคยได้รับความเห็นชอบจนเป็นมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมาแล้ว” นพ.ประทีป ระบุ

นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องเลือกใช้สิ่งที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะอาหารและสินค้าเกษตรที่ส่งผลกระทบน้อย และมีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สช. และภาคีเครือข่ายกำลังร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต” เพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 13 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2563 นี้

Next Post

เอ็กซิมแบงก์ ออกมาตรการอุ้มลูกค้ากลุ่มฟื้นฟูกิจการ

เอ็กซิมแบงก์ ออกมาตรการเจาะกลุ่มฟื้นฟูกิจการลูกค้า […]