สนามโคราชเดือด!4กลุ่มการเมืองใหญ่แพ้ไม่เป็นประกาศยึดเก้าอี้อบจ.

KANDA

สนามโคราชเดือด!4กลุ่มการเมืองใหญ่แพ้ไม่เป็นประกาศยึดเก้าอี้อบจ.

โดย ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

******************

การเลือกตั้งนายก และ ส.อบจ.นครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.อบจ.ได้ 48 เขตจาก 32 อำเภอผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้าน 2 แสนคน แต่ละปีมีงบประมาณบริหารจัดการมากถึงปีละ 4 พันล้านบาท จึงเป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่หลายพรรคการเมืองจับตาต้องการสร้างเป็นฐานเสียงเพื่อเชื่อมต่อสู่สนามเลือกตั้ง ส.ส.ระดับชาติ

สนามเลือกตั้ง อบจ.โคราชเริ่มเข้มข้นขึ้นมาทันที เมื่อพรรคการเมืองทั้งซีกรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านจับมือกันดัน “เจ๊หน่อย” ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยาของกำนันป้อ” นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” รมช.พาณิชย์ และเจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง ลงชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา เพื่อเข้าไปคุมงบประมาณบริหารกว่า 4,000 ล้านบาท โดยแกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูลและนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จับมือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคพลังประชารัฐ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง จากพรรคเพื่อไทย และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จากพรรคชาติพัฒนา ให้การสนับสนุน”เจ๊หน่อย” โดยมีข้อตกลงที่เป็นนัยทางการเมืองซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเก้าอี้ รองนายก อบจ.และเก้าอี้ ส.อบจ.ที่แต่ละพรรคจะไม่ส่งผู้สมัครแข่งขันกันเองทำให้คอการเมืองฟันธงว่า “ดร.ยลดา”กลายเป็นตัวเต็งคว้าเก้าอี้นายก อบจ.โคราชขึ้นมาทันทีเพราะมีทั้งพรรคการเมืองระดับประเทศที่มี ส.อบจ.ในสังกัดหลายคนคอยหนุน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังซึ่งเป็นเครือข่ายของโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮงพร้อมเทใจให้ที่สำคัญยี่ห้อ”เอี่ยมเฮง” จะเหนือกว่าผู้สมัครรายอื่นเพราะมีปัจจัยสนับสนุนทุกด้าน

  • พท.เตือน กกต.อย่าสร้างอภินิหารเลือกตั้งท้องถิ่นเหมือนการเมืองระดับชาติ
  • อดีตปธ.เสื้อแดงเพชรบูรณ์ลงสมัครนายกอบจ.คณะก้าวหน้าชนเพื่อไทย

ขณะที่”หมอแหยง” นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญชิงเก้าอี้ ซึ่งเพิ่งลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกุล) เพราะผิดหวังที่ถูกผู้ใหญ่เททั้งๆ ที่ประกาศจะลงสมัครมานาน แต่เมื่อแกนนำพรรคภูมิใจไทยเปิดไฟเขียวให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ส่งภรรยาคู่ชีวิต ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา หมอแหยงจึงต้องตัดสินใจลงสมัครอิสระในนามกลุ่มรักษ์โคราช  ซึ่งหมอแหยงเคยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และถือว่าเป็นนายแพทย์ที่ใกล้ชิดและมีบทบาทสนับสนุนงานของ อสม.ทั้ง 32 อำเภอใน จ.นครราชสีมามาตลอด “หมอแหยง” จึงเชื่อว่าตนเองนั่งอยู่ในใจของ อสม.ทั้งจังหวัด นอกจากนี้ยังได้ “ผอ.ทอง” นายทอง วิริยะจารุ ประธานสันนิบาตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา มาให้การสนับสนุนและหมอแหยงเชื่อใจว่า ผอ.ทองฯ จะโน้มน้าวใจกลุ่มครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา และกลุ่มครูที่ชอกช้ำหลังถูกนักการเมืองแกนนำพรรครัฐบาลเททิ้งจากกรณี “ทุจริตสนามฟุตซอล” มาเทคะแนนให้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันยังมีอดีต ส.ส.นครราชสีมา อย่าง “สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ” ประกาศหนุนนโยบาย “สภาประชาชน” คือคำตอบที่โปร่งใส ไม่ใช่เป็นสภาของผู้รับเหมา ของหมอแหยงอย่างเต็มตัว

ขณะที่ผู้สมัครแข่งขันอีก 2 คน คือ นายวิฑูร  ชาติปฏิมาพงษ์ อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ซึ่งลงสมัครในนามอิสระ ก็มีฐานคะแนนเสียงของตัวเอง แต่ที่ประมาทไม่ได้ คือผู้สมัครจากทีม “คณะก้าวหน้า” ดร.สาธิต ปิติวรา ที่ครั้งนี้โหนกระแสกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 6 แสนคน พร้อมชูนโยบายที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา ส่วนแผนบริหารจัดการงบประมาณปีละ 4 พันล้านบาท จะเน้นเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือ Open Goverment โดย ดร.สาธิต ปิติวรา ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า ก็มีฐานคะแนนเสียงสำคัญจากคนรุ่นใหม่ และเจ้าตัวก็ไม่หวั่นไหวจะถูกคู่แข่งหาเสียงโจมตีกรณีมีแนวคิดล้มล้างสถาบัน นอกจากนี้ ดร.สาธิต จึงมีลุ้นส้มหล่นจากใบแดงของคู่แข่งอีกด้วย

ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมามีผู้สมัครลงชิงชัยนายก อบจ.ในวันแรกรวม 4 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 ดร.สาธิต ปิติวรา จากคณะก้าวหน้า ,หมายเลข 2 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล กลุ่มร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่, หมายเลข 3 นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก กลุ่มรักษ์โคราช และหมายเลข 4 นายวิฑูร  ชาติปฏิมาพงษ์ กลุ่มอิสระ ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนกว่า 2.1 ล้านคน โดยการเลือกตั้งนายก อบจ. 1 คน และ ส.อบจ. 48 คน ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563  ซึ่ง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมาคาดว่า จะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด.

Next Post

สงครามกลางเมืองอังกฤษ: การพิพากษาพระมหากษัตริย์อังกฤษ

โดย…ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร ******************** […]