สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อน

KANDA

สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อน

ผู้นำประเทศให้คำมั่นสัญญาครั้งใหม่ในการรับมือกับภาวะโลกร้อน แต่ขอให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กันด้วย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้นำจีนประกาศคำมั่นสัญญาว่าจะยกระดับครั้งสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทศวรรษหน้า แต่ก็ส่งสัญญาณว่าจะไม่เปิดเผยแผนทั้งหมดก่อนที่จะเห็นการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปที่เกิดขึ้นโดยคู่แข่งระดับโลกหลักอย่างสหรัฐ

สีจิ้นผิง ผู้นำของจีนกล่าวในการประชุมสุดยอดออนไลน์ในวันครบรอบ 5 ปีของParis Agreement ซึ่งเป็นข้อตกลงด้านสภาพอากาศที่ปารีส โดยเขากล่าวว่าภายในปี 2030 จีนจะลดความเข้มข้นของคาร์บอนลงกว่า 65% ซึ่งความเข้มของคาร์บอนเป็นตัวชี้วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สัมพันธ์กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สีจิ้นผิงยังกล่าวอีกว่าจีนจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์สามเท่าเป็นมากกว่า 1,000 ล้านกิโลวัตต์และขยายพื้นที่ป่า

คำแถลงของสีจิ้นผิงในวันเสาร์มีขึ้นสามเดือนหลังจากที่เขาประกาศในเดือนกันยายนว่าจีนจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ โดยจีนจะกำจัดการปล่อยมลพิษออกจากชั้นบรรยากาศภายในปี 2060 ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของยุคอุตสาหกรรม

จีนซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นโรงงานของโลกเป็นผู้ปล่อยก๊าซที่ทำให้โลกร้อนขึ้นรายใหญ่ที่สุดของโลกและไม่ว่าจีนจะทำอะไรก็ตามเพื่อลดการปล่อยก๊าซนี้ การกระทำของจีนถือเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • โลกปล่อยคาร์บอนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ช่วงโควิด
  • เตรียมใจไว้เลย โลกเรายังร้อนได้มากกว่านี้อีก

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงปารีสในปี 2015 และคำแถลงของสีจิ้นผิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาย้ำว่าการปล่อยก๊าซจะเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่จะถึงสูงสุดในเวลาไม่นาน “ ก่อนปี 2030” เท่ากับว่าสีจิ้นผิงประกาศจุดยืนแต่ไม่ประกาศกำหนดเวลาที่แน่นอน และยังน้อยกวาที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจีนจะปล่อยมลพิษสูงสุดภายในปี2025 จากนั้นจึงจะลดลง

The New York Times ชี้ว่าคำแถลงดังกล่าวของสีจิ้นผิงเป็นการแสดงจุดยืนที่รอบคอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนตั้งใจที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนโดยเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดมากมายก่อนที่รัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะเข้ามาแทนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ขัดขวางการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกอย่างหนักหน่วง

“ผมคิดว่าจีนกำลังรอดูว่ารัฐบาลไบเดนจะประกาศอะไรและจะทำแบบไหน” เจค ชมิดท์ จาก Natural Resources Defense Council กล่าว “พวกเขา (จีน) พยายามส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะเดินหน้าต่อไปในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศ แต่พวกเขาก็สงวนท่าทีเช่นกัน”

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ถอนตัวจากความข้อตกลงปารีสทั้งหมด ส่วนโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีกล่าวย้ำในแถลงการณ์ว่าเขาจะนำสหรัฐเข้าร่วมข้อตกลงทันทีตั้งแต่ในวันแรกในการดำรงตำแหน่งและจัดการประชุมสุดยอดระดับนานาชาติภายใน 100 วันแรกของการบริหารงานในฐานะผู้นำประเทศ

Photo by FAZRY ISMAIL / POOL / AFP

Next Post

ถ้าการเมืองดี ก็หวังว่า"ทางเดิน"จะดีในอนาคต

ถ้าการเมืองดี ก็หวังว่า”ทางเดิน”จะดีใน […]