“สุดารัตน์” เรียกร้องให้รัฐบาล #ปลดล็อกวัคซีน ให้อำนาจท้องถิ่นจัดซื้อได้เอง

MALI

“สุดารัตน์” เรียกร้องให้รัฐบาล #ปลดล็อกวัคซีน กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด เพื่อช่วยกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เร็วขึ้น ตามที่พรรคไทยสร้างไทย ได้เรียกร้องมาตั้งแต่เดือนมกราคม รวมทั้งสนับสนุนให้บริษัทเอกชนได้สั่งซื้อวัคซีนมาฉีดให้พนักงาน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. โดยด่วน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุข ของเทศบาลนครนนทบุรี โดยมีนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรีให้การต้อนรับ

ซึ่งเทศบาลนครนนทบุรี เปิดให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนชิโนฟาร์ม วันละ 2,000 คน โดย นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี กล่าวว่า “ขอบคุณสถาบันจุฬาภรณ์ และสภากาชาดที่ให้โอกาสเทศบาลนครนนทบุรีได้รับวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวน 110,000 โดส เพื่อนำมาฉีดให้พี่น้องประชาชน

หวังว่ารัฐบาลจะปลดล็อคให้ท้องถิ่นมีโอกาสได้จัดหาวัคซีนฉีดให้พี่น้องประชาชน ตามข้อเสนอของคุณหญิงสุดารัตน์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ที่ได้เสนอมาตั้งแต่ตอนต้นปี จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการฉีดวัคซีนได้มากขึ้น เป็นการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดลงได้  อีกทั้งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อประเทศชาติต่อไป”

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า “ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนแรกที่เสนอว่า ให้รัฐบาลอนุญาตให้ท้องถิ่นได้ช่วยจัดซื้อวัคซีนคุณภาพดีที่ WHO รับรอง จากเงินสะสมของท้องถิ่นเอง เพราะถ้าคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง รัฐบาลควรอนุญาตให้ท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่มีเงินสะสมจำนวนหลายแสนล้านบาท สามารถจัดซื้อวัคซีนได้ รวมทั้งการสนับสนุนให้ภาคเอกชนได้สั่งซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ของแต่ละบริษัท ตามที่ กกร. เสนอมา

เพราะขณะนี้ประเทศส่วนใหญ่ในโลกเริ่มฟื้นตัว เปิดการทำธุรกิจ หลังจากระดมฉีดวัคซีน ทำให้มีการสั่งซื้อสินค้าต่างๆจากประเทศไทย แต่หลายโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ เพราะมีการระบาดของโควิดจนต้องปิดโรงงาน ทำให้เสียโอกาสในการทำรายได้เข้าประเทศ

รัฐบาลจึงควรปรับนโยบายให้ท้องถิ่น และภาคเอกชน สามารถนำเข้าวัคซีนได้ ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งการจัดซื้อก็ต้องผ่านการตรวจและควบคุมจาก อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามกฎหมายอยู่แล้ว”

ในยามวิกฤตเช่นนี้ เราต้องระดมกำลังของทุกภาคส่วนมาช่วยกัน เพื่อให้ #ประชาชนรอดก่อน การที่ท้องถิ่น และภาคเอกชนมาช่วยจัดซื้อวัคซีน และช่วยในการกระจายวัคซีน ย่อมมีแต่ผลดีที่เกิดขึ้นกับประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับวัคซีนรวดเร็วและทั่วถึง

“ทุกนาทีมีค่าสำหรับชีวิตคนไทย” โปรดรวมพลังทุกฝ่ายมาช่วยกันสู้วิกฤตครั้งนี้ ให้คนไทยและประเทศไทยรอดให้ได้เสียก่อน

ดิฉันจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนนโยบาย เพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทยทุกคน

Next Post

รัฐบาลแจง ไม่ swab ผู้ป่วยโควิดที่อาการดีขึ้นแล้ว ย้ำเป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติฯ

รัฐบาล แจงข้อสงสัย “ไม่ตรวจ swab ผู้ป่วยโควิด-19 ท […]

คุณอาจชอบ