“สุธรรม-กิตติ” ผู้ก่อตั้ง”ไทยรักไทย”คัมแบ็กพรรคพท.

KANDA

"สุธรรม-กิตติ" ผู้ก่อตั้ง"ไทยรักไทย"คัมแบ็กพรรคพท.

สองอดีตผู้ร่วมก่อตั้ง ทรท.ยุคทักษิณ"สุธรรมแสงประทุม-กิตติ ลิ่มสกุล"กลับมาสมัครเป็นสมาชิกเพื่อไทยยันพรรคยังเป็นสถาบันที่จะพาประเทศไปสู่ทางออกได้

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุธรรม แสงประทุม อดีตรมช.มหาดไทย และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย (ทรท.) พร้อมด้วย นายภูมิใจ แสงประทุม บุตรชาย และนายกิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการอิสระ-นักเศรษฐมิติระดับโลก ผู้ริเริ่มความคิดนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โครงการ OTOP ในปัจจุบัน ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง โดยมี นายประเสริฐ จัทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรค และ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพท. ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ นายประเสริฐ กล่าวต้อนรับว่า ทั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และจะเป็นกำลังสำคัญให้กับพรรคพท.ในการขับเคลื่อนในอนาคต โดย นายสุธรรม ท่านเป็นสภานิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวในกระบวนการของนิสิต นักศึกษา สมัย 14 ตุลาฯ และเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2541 ท่านเคยเป็นรองหัวหน้าพรรคทรท. เป็นรองประธานสภาฯ ฯลฯ

ขณะที่นายกิตติ เคยเป็นอดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และเคยสอนเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคทรท. และเคยเขียนนโยบายให้กับพรรคทรท.มานับไม่ถ้วน

ด้าน นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้สถนการณ์การเมืองเรียกร้อง บ้านเมืองกำลังเกิดวิกฤติ ประชาชนกำลังต้องการมองหาทางรอดใหม่ๆ เราจึงมองว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ระดมความคิด ความคิดของคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายมาทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ก็ขอต้อนรับทั้ง 3 ท่าน กลับบ้านเก่า

  • กกต.แขวนนายกอบจ.อีก7จังหวัดใหญ่"นครศรีฯ-เชียงใหม่-เชียงราย"
  • เพื่อไทยจี้รัฐบาลดำเนินการ5เรื่องเร่งด่วนเยียวยาโควิด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เชื่อว่า พรรคทรท.เคยสร้างความเชื่อมั่น และความสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาพี่น้องประชาชนมาแล้ว แต่อดีตไม่สำคัญเท่าอนาคต ดังนั้น เราต้องทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้กับพี่น้องประชาชนได้พิจารณาว่า เรายังเป็นทางเลือกให้พี่น้องประชาชนได้หรือไม่ โดยเรายืนยันว่า เรายังยึดพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่า มือในสภา ไม่เท่าศรัทธามหาชน วันนี้ ได้เวลาจับมือกัน ดึงมือกันมาฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาประเทศแล้ว

นายสุธรรม กล่าวว่า การที่ต้องจากพรรคพท.ไปก่อนหน้านี้ เพราะความจำเป็น และข้อจำกัดของกติกาในรัฐธรรมนูญ จึงต้องเดินทางไปไทยรักษาชาติ (ทษช.) เพื่อหาทางเพิ่มพูนทรัพยากรให้องคาพยพ แต่เมื่อทษช.ถูกยุบ ก็รอดูการเรียกร้องเพื่อให้มีการแก้ไขกติกา แต่ระหว่างรอก็จัดตัวเองให้พร้อมเพื่อทำงานให้กับพรรค เพราะวันนี้พท.ยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง และยังเชื่อว่าพรรคยังเป็นสถาบันที่จะพาประเทศไปสู่ทางออกได้โดยการให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม ดีใจมากที่ได้กลับบ้านเก่าที่พี่ๆน้องๆช่วยกันรักษาไว้ให้ใน ขณะที่ ออกไปสู้รบจับศึก จากนี้ ไม่มีอะไรหนักถ้าเราช่วยกันแบกไว้ แต่สำหรับคนที่เหนื่อยล้า แล้วออกไปก็ไม่เป็นไร ต้องขอบคุณเขาที่ชีวิตหนึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยมาช่วยพรรคเรา

นายกิตติ กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องบริหารเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์โควิดนี้แบบให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ถ้าวันนี้เป็นพรรคพท.ทำ เราคงทำได้ดีกว่านี้ ไม่ปล่อยให้จนกลายเป็นแบบนี้ ทั้งนี้ หากได้มีโอกาสได้ช่วยพรรคอีกครั้งตนจะผลักดันเรื่องเกี่ยวกับนโยบายการเงิน และการคลัง มีวิธีมากมายที่พรรคพท.สามารถเสนอแนะได้ในเรื่องที่รัฐบาลขณะนี้กำลังจนปัญาอยู่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ การแก้ปัญหาเกิดขึ้นไม่ได้เพียงพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองถ้ารัฐบาลไม่รับฟัง

Next Post

ศบค.จับตา 17-31 ม.ค.ลุ้นตัวเลขลดลง ลั่นไม่อยากใช้ยาแรง

ศบค.จับตา 17-31 ม.ค.ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19ยุบหร […]