“เคน ภูภูมิ” เปิดใจเล่า จริงไหมสนใจต้นไม้จนลืมแฟน? เผยโควิดกระทบงานใหญ่ที่วางแผนไว้

MALI

เป็นพระเอกขวัญใจแฟนๆ ที่พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งอีกหนึ่งคน สำหรับหนุ่ม เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค ที่ค่อยๆ เติบโตในวงการบันเทิงจนตอนนี้กลายเป็นพระเอกที่มีแฟนๆ ล้นหลาม ไม่ว่าปล่อยผลงานอะไรออกมาก็มีแฟนๆ ซัพพอร์ตเป็นอย่างดี และล่าสุดเจ้าตัวก็กำลังโชว์ฝีมือในผลงานชิ้นล่าสุดกับละคร “หัวใจรักพิทักษ์เธอ” ที่โดดไปร่วมงานกับ ช่อง ONE 31 เป็นครั้งแรก ประกบคู่นางเอกคนสวย วิว วรรณรท ซึ่งตอนนี้ละครก็ออนแอร์มาสุดเข้มข้นแบบห้ามละสายตาจนถึงตอนสุดท้าย

และเมื่อ  มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับพระเอกคนเก่งคนนี้ เลยต้องให้เจ้าตัวเผยถึงผลงานชิ้นนี้ พร้อมกับอัปเดตชีวิต การทำธุรกิจต้นไม้ ที่หวานใจสาวคนสวย “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” เคยบอกว่าซื้อต้นไม้หมดไปถึง 5 ล้านบาท ภายใน 1 เดือน และพลาดไม่ได้เรื่องหัวใจว่าพร้อมสำหรับการแต่งงานสร้างครอบครัวของตัวเองหรือยัง

“หัวใจรักพิทักษ์เธอ เรื่องนี้ผมจะรับบทเป็น เทวัญ ในเรื่องจะเป็นเรื่องราวของ 2 ครอบครัว ก็คือ ครอบครัวพี่เขยที่รวย ส่วนครอบครัวเราจน แล้วพี่เขยกับพี่สาวเราโดนฆาตกรรม เทวัญเลยได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งมรดกทั้งหมดเป็นของหลานชาย ตัวร้ายในเรื่องก็คือ พี่สาวของพี่เขยเราที่เขาแค้นว่าทำไมเขาไม่ได้เป็นคนจัดการมรดกตรงนี้ ทั้งที่เป็นคนในครอบครัว เขาพยายามจะฉุบสมบัติ และจะฆ่าเรา เลยต้องจ้างบอดี้การ์ดจนได้เจอกับนางเอก รับบทโดย วิว วรรณรท เลยจ้างตัวนางเอกมาเป็นบอดี้การ์ด ก็ผ่านการลุยเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยกัน”

โดดมาร่วมงานกับช่อง ONE31 เป็นเรื่องแรก

“เรื่องนี้ผมมาร่วมงานกับช่องวันเป็นครั้งแรก การทำงานก็ปรับตัวได้ ราบรื่นปกติครับ เพราะรูปแบบการทำงานในกองถ่ายเหมือนกันอยู่แล้ว แต่เราอาจจะมีการเวิร์คชอปกันมากหน่อยเพราะว่ากับนักแสดงแต่ละคนเรายังไม่เคยเจอกันมาก่อน เวิร์คชอปทั้งเรื่องบท เรื่องคาแร็กเตอร์ ทำให้ง่ายต่อการถ่ายทำมากขึ้นครับ”

มาเจอ วิว วรรณรท เรื่องแรก เคมีดีมาก

“ครับ ผมก็รู้สึกว่าเราเล่นด้วยกันแล้วเราค่อนข้างเข้าใจการสื่อสารของกันและกัน และด้วยการที่เราเวิร์คชอปด้วยกันมาค่อนข้างเยอะ ทำให้ความเข้าใจในทั้งเรื่องทั้งบทเรามีเยอะมากๆ เราไปในทางเดียวกัน รับส่งกันง่ายขึ้น การทำงานกับวิวเป็นอะไรที่ไม่ได้ยากเลย วิวเขารับส่งดีอยู่แล้ว อยู่ในกองก็เป็นคนเฮฮา สบายๆ ง่ายๆ ดีครับ เรื่องนี้วิวเขามาเล่นแอคชั่นเรื่องแรกด้วย เขาทำได้ดีเลย”

วิว-เคน

“เรื่องนี้ผมว่าเป็นละครครบรสนะ มีแอ็คชั่นแทบทุกตอน แต่ก็มีความโรแมนติกนำแอคชั่น ทุกอย่างแทรกๆ กัน เรื่องราวเข้มข้นเลยครับ เรื่องนี้เป็นอะไรที่ผมเป็นคนแสดงผมยังรู้สึกสนุกเลย เป็นแนวละครที่ทุกคนดูได้ มีความอบอุ่นหัวใจ มีความรัก มีความลุ้น มีคอมมาดี้ อยากให้ติดตามถึงตอนจบเลยครับ หวังว่าจะทำให้ทุกคนยิ้มได้ หัวใจพองโตครับ”

นอกจากเรื่องนี้มีถ่ายทำเรื่องอื่นอยู่ไหม?

“ส่วนของละครก็มีดูๆ อยู่ครับ ยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มอะไร สำหรับเคนเรื่องของการรับงานตอนนี้ เคนค่อนข้างมองเรื่องบทเป็นหลักว่าบทเหมาะกับเราหรือเปล่า เป็นบทที่เราอยากเล่นไหม น่าสนใจไหม แล้วก็น่าจะเป็นบทที่เราไม่ค่อยได้เล่นครับ เพราะผมเองก็ค่อนข้างรับบทคล้ายๆ เดิมมาเยอะแล้ว ถ้าได้เล่นอะไรที่ท้าทายขึ้น เหมาะกับเรามันก็น่าจะดีครับ แต่ถ้าเป็นแนวที่จะไม่ได้เห็นผมเล่นอีกก็คงเป็นแนวตบตีแย่งชิง เพราะผมเล่นมาเยอะแล้ว รู้สึกว่าอาจจะไม่เหมาะกับตัวเองเท่าไหร่ ส่วนแนวที่อยากเล่น จริงๆ ผมชอบแนวยิ้มๆ ครับ จริงๆ ดราม่าก็ได้นะ แต่อยากเล่นดราม่าที่เกี่ยวกับชีวิต การทำงาน หรือครอบครัว ความสู้ชีวิตของคนอะไรแบบนี้ครับ”

 ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง หลังจากต้องสู้วิกฤตโคิดหนักเหมือนกัน?

“ตอนนี้โอเคนะครับ ผมก็ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ นอกจากทำต้นไม้ ทำดิน ทำปุ๋ย อะไรแล้ว อีกอย่างนึงจริงๆ ที่หวังก็คือ ผมอยากจัดงาน มิวสิคเฟสติวัล มากๆ เลย จริงๆ เกือบจะได้จัดแล้วก่อนช่วงโควิด จะสร้างเวทีอยู่แล้วด้วย แต่ดันมีโควิดเข้ามาก่อนก็เสียดายมากเลย หวังว่าถ้ามีโอกาสก็อยากทำ แต่จริงๆ มันต้องทำนะครับ เพราะเงินมัดจำดีเจเราจ่ายไปแล้ว (หัวเราะ) มัดจำแบบเกือบ2-3 ปี แล้ว เราเตรียมทุกอย่างพร้อมถึงขั้นใกล้จำหน่ายตั๋วแล้วด้วยซ้ำ สำหรับตอนนี้หุ้นส่วนก็ให้ตามดีเจอยู่เพราะว่าเรามัดจำไว้นานพอสมควร (หัวเราะ) เราก็พยายามตามเพราะมัดจำไปเยอะครับ”

ไม่มีแพลนจะถอดใจล้มเลิกใช่ไหม?

“ไม่ล้มเลิกครับ เพราะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราชอบ มีแพสชั่นที่อยากจะทำสักครั้งนึง ก่อนหน้านี้เราก็เหนื่อยทำกันมา ลุยทำกันมาแล้วมันควรที่จะเกิดขึ้นครับ”

เคน ภูภูมิ

จะมีอะไรในมิวสิคเฟสติวัลของเราบ้าง?

“มีดีเจระดับโลก ท็อปเทน 1 คน และท็อปร้อยทั้งหมด แบบว่าเราจัด 2 วันนะครับ เวทีก็จัดริมหาด สร้างเป็นแนวทรอปิคอล เราดีลทุกอย่างมาเรียบร้อยหมดแล้ว ถามว่าเกิดการขาดทุนไหม ก็เรียกว่าขาดทุนค่าดีเจไปก็ได้นะครับ แต่ทางดีเจเขาก็บอกว่าถ้ามีโอกาสได้จัดก็บอก เดี๋ยวเราต้องคุยกันอีกทีครับ”

อยากไปไกลแค่ไหนในงานดีเจ?

“จริงๆ สำหรับผมดีเจมันคือความชอบครับ เราก็เล่นได้ แต่ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องไปได้ไกลแค่ไหน แต่อย่างเรื่องการจัดเฟสติวัลของผมเนี่ยมันเหมือนการเติมเต็มแพสชั่นของตัวเอง คือ ผมก็ชอบที่จะเป็นเจ้าของงาน ส่วนการขึ้นไปทำหน้าที่ดีเจจะสนับสนุนทางน้องทิมมี่ มากกว่า จริงๆ ก่อนหน้านี้ต้องเป็นเราขึ้นเป็นดูโอ้ แต่พอผ่านมาเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าแค่ผมจัดงานผมก็น่าจะเหนื่อยแล้ว เลยตัดสินใจว่าให้น้องเขาลุยไปเลย ส่วนผมก็อาจจะมีขึ้นไปแจมในเพลงที่เราทำด้วยกันครับ”

“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คิดหรอกครับว่าตัวเองจะมาจัดงานใหญ่อะไรแบบนี้ แต่พอได้รู้จักพี่หุ้นส่วนที่เป็นพี่ที่สนิทกันแล้วเขามีประสบการณ์ด้านบริหาร การทำงานแบบนี้ ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จ เราก็โอเคถ้าพี่อยากทำเราก็มาทำกัน ผมก็เป็นฝ่ายคัดเลือกดีเจ วางแบบเวที ส่วนเขาก็บริหารจัดการต่างๆ ไปครับ แต่ต้องบอกว่าช่วงนั้นเราทำกันทุกวัน ทำด้วยแพสชั่นล้วนๆ ขอสปอนเซอร์กันเองอะไรแบบนี้ครับ”

“ผมเข้ามาในวงการดีเจนี้ 4-5 ปี แต่ผมมองว่าตรงนี้มันไม่ใช่งานหลักไงครับมันเลยยังไปได้เรื่อยๆ มันคือความชอบ คืองานอดิเรก เพราะถ้าเป็นงานหลักพวกเราคงจะเหนื่อยมาก เหนื่อยที่ทำไมมันไม่ประสบความสำเร็จ แต่พอมันเป็นงานอดิเรกมันก็ทำได้เรื่อยๆ แบบไม่ได้คาดหวังมาก สนุกสนาน”

อีกหนึ่งงานอดิเรกที่กลายมาจริงจังคือ การขายต้นไม้?

“สำหรับต้นไม้ผมทำมาปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้วครับ แต่เริ่มขายแบบจริงจังได้ปีกว่าๆ ช่วงปีแรกซื้อกับศึกษาอย่างเดียวเลย มาเริ่มขายตอนจะเข้าปีที่ 2 ครับ”

เคน ภูภูมิ

อะไรจุดประกายให้หันมาสนใจต้นไม้?

“ที่เริ่มสนใจต้นไม้เพราะเรารู้สึกว่าปลูกแล้วมันก็สนุกดี เพราะเราเป็นคนชอบธรรมชาติอยู่แล้ว พออยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรทำเลยคิดว่าลองขยายพันะุ์ต้นไม้แล้วลองขายบ้างดีกว่า เพราะยังไงต้นไม้ที่เราซื้อมาเราเอามาทำต่อได้อยู่แล้ว ก็เลยศึกษาและยาวมาจนถึงทุกวันนี้ ลองผิด ลองถูก ทำเองทุกขั้นตอนเพราะว่าเทคนิคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองไปเรื่อยๆ มีทั้งดีทั้งเสีย”

ก่อนหน้านี้กระแสต้นไม้พีคมาก ตอนนี้เป็นยังไง?

“สำหรับผมมันขายได้ตลอดนะครับ แต่แค่ราคาอาจจะดรอปลงมา ซึ่งผมรู้สึกว่าราคาดรอปลงมาทำให้คนที่อยากเลี้ยงแต่ก่อนหน้านี้อาจจะรู้สึกว่าราคาสูงไป เขาได้กลับมาจับต้องมันได้มากขึ้น เราก็แค่ขายในจำนวนที่มันมากขึ้น แต่พวกต้นไม้ที่มันเป็นพวกที่แพงมากๆ เช่น เมื่อก่อนใบละแสน ตอนนี้เหลือห้าหมื่น กลายเป็นต้นพวกนี้ไม่พอขาย เพราะคนอยากเลี้ยงเมื่อก่อนแต่เขารู้สึกว่ามันแพงมากไง ไม่ไหว แต่ตอนนี้น่าจะพอได้ละเขาก็มาซื้อกัน”

จริงไหมเคยซื้อต้นไม้เดือนละ 4-5 ล้าน?

“จริง งงมากเลย (หัวเราะ) คือ มันไม่ได้เรียกว่าความกล้าลงทุนนะ แต่มันคือความอยากได้ของเราเอง ตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจซื้อมาเพื่อทำธุรกิจด้วยซ้ำ บางต้นเราแค่อยากมี อยากได้ ต้นนี้มันต้องมี อะไรอารมณ์นั้นครับ”

วางแผนกับธุรกิจต้นไม้ไว้ยังไงบ้าง?

“จริงๆ พยายามจะขยาย ตั้งต้นแม่ให้มีมากขึ้น ต้นที่มันแพงเราจะพยายามเพาะชำมันให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้วางแผนใหญ่อะไรมาก เพราะตอนนี้เราทำแค่นี้เราก็รู้สึกเหนื่อยแล้วนะ ขอทำตรงนี้ไปก่อนดีกว่า ทำไปเรื่อยๆ ครับ”

จริงจังจนสนใจต้นไม้มากกว่าแฟน?

“เรียกว่าตอนนั้นมันเป็นช่วงที่เราตามหาต้นไม้มากกว่า คือ ตอนนั้นเราเริ่มทำเป็นธุรกิจแล้ว รู้สึกว่าเราต้องมีต้นแม่พันธุ์ที่ดี ต้องมีอะไรที่สามารถต่อยอดได้ และการออกไปหาที่ที่นึงมันก็ได้กลับมาไม่กี่ต้น หรือบางทีก็ไม่ได้เลย บางทีจะซื้อก็แพงเกิน บางอันก็ตัดสินใจยาก เราจะต้องออกไปหาเรื่อยๆ รวมไปถึงตอนนั้นเราไปเรียนด้วย ไปเรียนรู้การทำต้นไม้ ซึ่งมันทำให้เรามาอยู่ในจุดนี้ได้”

เคน ภูภูมิ

เอสเธอร์บอกว่างอนเรา ถึงขนาดซ่อนรูปในไอจี เราก็ยังไม่รู้เรื่อง?

“ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ (หัวเราะ) เพราะเหมือนผมไม่ค่อยได้สนใจไอจีหรืออะไรเลย ตอนนั้นบ้าทำเพจต้นไม้อยู่ เข้าแต่เฟซบุ๊ก เข้าไปไลฟ์ คือ เหมือนเวลาผมโฟกัสกับอะไรแล้วก็จะมุ่งไปแต่ตรงนั้น เพราะอยากให้มันสำเร็จครับ”

ความรักกับ “เอสเธอร์” ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง แบ่งเวลาดูแลความรักได้ดีไหม?

“ก็พยายามแบ่งเวลาให้ดีขึ้นพูดคุยกันมากขึ้น มีอะไรก็คุยปรึกษากันมากขึ้น อย่างช่วงก่อนหน้านี้ตอนที่ผมทำต้นไม้ อาจจะเป็นช่วงที่ทำแล้วไม่ค่อยได้สื่อสารกัน คือ น้องไม่ได้เป็นคนที่เรียกร้องต้องการอะไรมาก แต่เขาจะขอแค่ว่าเรามีอะไรก็พูดคุยกัน สื่อสารกันหน่อย เพราะผมเหมือนเป็นคนไม่ค่อยสื่อสาร ไม่ค่อยพูด มีไรก็ไม่บ่นให้เขาฟัง เขาก็คงอารมณ์แบบ เห้ย บ่นหน่อยเหอะ แต่เขาไม่งอแงนะ เขาเงียบ ซึ่งน่ากลัวมากเลย (หัวเราะ) หลังๆ เวลาเขาเงียบเราก็จะเริ่มรู้ละ”

ถ้าตัดเรื่องงานออกไป เราพร้อมสำหรับการแต่งงานไหม?

“ถ้าตัดเรื่องงานออกไปเราก็พร้อมนะ แต่ถามว่าอยากแต่งหรือยังผมคิดว่าน่าจะอีกสักหน่อยนึง เพราะเหมือนเวลา 2 ปี ที่ผ่านมางานบางงาน หรือ การทำอะไรบางอย่างมันหยุดชะงักไป ปีนี้เหมือนเราเพิ่งเริ่มได้กลับมาทำอะไรหลายๆ อย่าง รวมทั้งมีการเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ของทั้งผมและน้อง น้องเองก็ยังต้องทำงาน เลยคิดว่าคงขอเวลาอีกสักหน่อยน่าจะเหมาะกว่าสำหรับเรื่องแต่งงาน แต่เรื่องความพร้อมในความรู้สึกมันพร้อมแล้วล่ะ ขอแค่ให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ ทุกอย่างน่าจะเป็นไปอย่างแฮปปี้มากกว่าครับ จะได้ไม่ต้องไปเจอสภาวะที่อาจจะเหนื่อยกว่าเดิมครับ”

เคน-เอสเธอร์

 ในวัยนี้เรามีมุมมองการใช้ชีวิตยังไงบ้าง?

“ผมก็ยังใช้ชีวิตสบายๆ เหมือนเดิมนะครับ แค่ชีวิตช่วงนี้อาจจะโฟกัสเรื่องการทำธุรกิจมากขึ้น แล้วก็โฟกัสเรื่องการทำงานมากกว่าเรื่องอื่นครับ”

งานในวงการยังเป็นงานหลัก?

“ก็เรียกว่าเป็นงานหลักก็ได้ คือ เรามีหลายงาน (หัวเราะ) ซึ่งก็อยากให้เป็นงานหลักลายๆ งาน เพราะผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เราจะได้แชร์ความกดดันของแต่ละงานไปงานละไม่ต้องเยอะ เผื่องานที่หนึ่งกดดันมาก เราจะได้เอาไปแชร์กับอย่างอื่นได้ ถัวๆ กันไป ถ้างานที่หนึ่งเป็นไรไป ก็ไม่เป็นไรเรายังมีงานที่สองที่สามนะ อะไรแบบนี้ครับ”

จำเป็นไหมว่าต้องอยู่ในกระแสตลอด?

“ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้จะได้อยู่ในกระแสตลอดมากกว่า (หัวเราะ) ไม่รู้วิธีด้วยซ้ำ เราอาจจะไม่ใช่คนบันเทิงร้อยเปอร์เซ็นต์ เลยไม่ได้โฟกัสเรื่องกระแสมาก ดูง่ายๆ จากไอจี คือ โพสต์น้อยมาก ขี้เกียจถ่ายรูป ไม่มีคอนเทนต์ เรารู้สึกว่าเราทำงานอย่างอื่นด้วยดีกว่าเพราะไม่ได้เก่งด้านวงการบันเทิงมากขนาดนั้น แต่ช่วงไหนมันจะมาก็มาเอง อย่างเรื่องการเป็นพระเอก เมื่อก่อนจะมีพี่ๆ แนะนำ เราก็ตามไป แต่พอเราโตขึ้นก็มีความเป็นตัวเองมากขึ้น ทำเท่าที่เราทำได้ดีกว่า อันไหนที่ลำบากใจก็อย่าทำเลย มันเหนื่อย ไม่จำเป็นที่ต้องทำขนาดนั้นครับ”

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ของเราบ้าง?

“ก็ต้องขอบคุณที่รอติดตามผลงานของผมนะครับ แม้ว่าผมจะหายไปบ้าง ทั้งเรื่องโซเชียล หรือ ละคร ออกรายการก็น้อยมาก ขอบคุณคนที่ยังอยากดูละครยังอยากติดตามเราอยู่ ผมก็พยายามที่จะทำงานออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน เพราะผมเข้าใจแฟนๆ ว่าเขาอยากเห็นงานของเรา ผมจะพยายามทำเท่าที่ทำได้และจะทำไปเรื่อยๆ ถ้ามีอะไรที่อยากทำอยู่ ต้องขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามครับ”

วันนี้ได้พูดคุยกับ เคน ภูภูมิ แล้วบอกเลยว่า การใช้ชีวิตที่เจ้าตัวบอกว่าใช้ชีวิตสบายๆ นั้นแฝงไว้ด้วยความเอาจริงเอาจังกับทุกอย่างที่ลงมือทำ ส่วนเรื่องความรักก็ลงตัวเอามากๆ จนแอบลุ้นเบาๆ ว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้หรือยัง สำหรับแฟนๆ ก็อย่าลืมส่งกำลังใจให้เคน ติดตามละคร “หัวใจรักพิทักษ์เธอ” จนถึงตอนสุดท้าย รับรองอบอุ่นหัวใจสุดๆ แน่อนอน

  • “เอสเธอร์” เล่าไปยิ้มไป ทุ่มซื้อต้นไม้เดือนเดียวหมด 5 ล้าน รักหวาน “เคน” อยากแต่งงานแล้ว
Next Post

"เจี๊ยบ ชมพูนุช" เปิดใจรัก 9 ปีกับ "ปูไข่" ยังเข้าใจกันดี เคลียร์ข่าวเม้าท์เลือกรับงาน

นักแสดงสาวมากความสามารถ เจี๊ยบ ชมพูนุช ที่วันนี้จะ […]

คุณอาจชอบ