เดือดมาก “กระติก” vs “อัจฉริยะ” เปิดวาทะฟาดกันสนั่นกลางรายการโหนกระแส

MALI

กระติก vs อัจฉริยะ สุดเดือด ฟาดกันสนั่นกลางโหนกระแส อัจฉริยะแฉไม่มีดีเอ็นเอ แตงโม-กระติก-โรเบิร์ต บนเรือ เตรียมนำโดรนใต้น้ำปูพรมหามีด 

รายการโหนกระแสวันที่ 25 พ.ค. 65 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กรณี อ้างมีหลักฐานเด็ดแจ้งความ กระติก อิจศรินทร์ พร้อมเดินหน้าสะสาง คดีแตงโม นิดา

เหนื่อยมั้ย?

อัจฉริยะ : “ต้องไปเรื่อยๆ ตอนนี้เปิดคลิปก็โดนแจ้งความทันที เราต้องรอหน่วยงานที่รองรับเรา คือดีเอสไอ ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ สืบสวน” 

ดีเอสไอเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เขามีหลักเกณฑ์ในการรับของเขา สมมติมีคนแจ้งเขา เขาก็รับไว้ตั้งเลขคดีก่อน เพื่อดูว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมมั้ย ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือเปล่า?

อัจฉริยะ : “ผมร้องไปแล้ว ทั้งสิ้น 4 ปาก เราถามกรอบระยะเวลาเขาก็เร่งให้อยู่ แต่เนื่องจากเขาต้องไปขอหมาย ขอโน่นนี่นั่น จากตร.หรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อสอบพยานคนต่อไปมันก็เลยช้านิดนึง แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับคดีของคดีประมาท คดีนี้ที่ร้องคือฆาตกรรมอำพราง ถ้ามีหลักฐานยืนยันว่ามีคนฆ่า พบของกลางคือมีดหรืออุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นอุปกรณ์การฆ่า หรือคราบเลือด เขาสามารถนำไปเข้าสู่คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษชุดใหญ่ ถึงเวลาสำนวนจะส่งไปอัยการคดีพิเศษ ไม่ได้เป็นอย่างที่อาจารย์เดชาว่าเพราะแกไม่รู้กฎหมายคดีพิเศษ เราคุยมาแล้ว ถึงแม้คดีนี้จะเป็นคดีประมาท แต่เป็นคดีฆ่า มันคนละบริบทกัน” 

ดีเอสไอควรต้องรับมั้ย?

อัจฉริยะ : “ต้องรับ เพราะมีหลักฐานชัดมาก แต่ทุกวันนี้เราเปิดปุ๊บโดนฟ้องทันที คนไหนโดนฟ้อง ก็ผม ไม่ใช่ประชาชน ผมทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง อย่างให้พี่หนุ่มดู เราก็เปิดไม่ได้” 

อีกแล้ว ผมกลายเป็นผู้กุมความลับอีก ทุกวันนี้คนว่าอีหนุ่มรู้เยอะที่สุด?

อัจฉริยะ : “ผมเปิดผมโดนฟ้องทันที” 

พี่เอามาให้ผมรับรู้อย่างนี้?

อัจฉริยะ : “(หัวเราะ) ให้รับรู้ในฐานะคนกลาง แต่ไม่ได้อ้างพี่เป็นพยาน แต่ให้ดูว่าเป็นของจริงนะ เรื่องโทรศัพท์ที่มีปัญหาตอนนี้ อยากให้คุณแม่น้องแตงโมไปแจ้งความที่สอท. เพราะมันสำคัญ การส่งภาพไม่ดีในไลน์กระติก ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่ทีนี้ก็มีข้อครหาว่าคุณแม่ส่งให้ผมหรือเปล่า ส่งให้บังแจ็คหรือเปล่า เพื่อให้โปร่งใสเลย แม่ไปแจ้งความ แล้วเอาเครื่องโทรศัพท์ให้ผู้บัญชาการสอท. ตรวจเลย มันจะได้จบเรื่องนี้ จะได้สิ้นสงสัยว่าแม่มีส่วนมั้ย หรือใครมีส่วนมั้ย มันจะได้ชัด ไม่ต้องมีปัญหากัน” 

แต่แม่ไม่แจ้งไง?

อัจฉริยะ : “ไม่แจ้งไม่ได้ ไม่แจ้งก็ไม่เป็นไร เอาเครื่องไปให้เขาก็ได้ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ” 

ถ้าแม่บอกเครื่องหาย?

อัจฉริยะ : “ก็เป็นเหตุอันสงสัยอีก ก็ขึ้นอยู่กับทนายประจำตัว” 

คุณอัจเองยังยืนยันว่าต้องแจ้งความ?

อัจฉริยะ : “ต้องแจ้ง  เพราะลูกตัวเองเสียหาย สิ่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญ จะได้รู้ว่าใครเป็นคนทำ ทำเพื่ออะไร เพื่อให้ตร.ทำคดีได้ ใครร่วมขบวนการ 5-10 คนก็จับให้หมด ไม่ต้องสนใจว่าเป็นใคร ทุกคนก็แสดงความบริสุทธิ์ใจเลย อยากให้คุณแม่ฟังผมนิดนึง ไม่เคยขอร้องคุณแม่เลย วันนี้ฟังผมหน่อย ช่วยไปแจ้งความคดีนี้ที่สอท. แล้วเอาโทรศัพท์มือถือให้ทางสอท.ช่วยตรวจสอบ” 

ก่อนเข้ารายการ พี่อัจบอกว่ายังไงก็ต้องแจ้ง ไม่แจ้งไม่ได้ คือคิดเหมือนกัน ว่าต้องไปแจ้ง บางคนบอกแตงโมตายไปแล้วไม่เห็นเกี่ยว มันต้องเกี่ยว?

อัจฉริยะ : “เกี่ยวสิ เห็นว่าในนั้นมีหลายพันภาพ เราไม่รู้ภาพอะไรบ้าง ทั้งลบไม่ลบอะไรต่างๆ ถ้ามีภาพอยู่ในมือมิจฉาชีพมันก็ยุ่งนะ” 

เรื่องแตงโมเสียชีวิตยังไงบนเรือต้องตามกันอยู่ เพราะมีเงื่อนงำ แต่เรื่องมีคนปริศนานำภาพแตงโมมาเปิดเผย ก็ต้องเดินไปคู่กัน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แตงโม เมื่อวันก่อนกระติกเขามารายการ เขาบอกจ่อฟ้องพี่?

อัจฉริยะ : “เขาฟ้องผมไม่ได้หรอก ผมรู้ ถ้าจะฟ้องเขาฟ้องไปนานแล้ว วันนี้อยากให้ต่อสายหาเขาหน่อย คุยด้วยเหตุด้วยผลนะ ไม่ได้ทะเลาะกัน โทรเลยจะได้เคลียร์เลย” 

วันนี้มีหลักฐานอะไร?

อัจฉริยะ : “มีอะไรถามเขา ไม่เกิน 15 คำถาม” 

ต่อสายหา “กระติก” พี่อัจมีอะไรอยากถามกระติก ขอคุยกันแบบไม่ทะเลาะนะ?

อัจฉริยะ : “ให้กระติกช่วยตอบผมหน่อย ภาพวันที่กระติกไปถ่าย เวลา 22.13 ที่สะพานพระราม 8 ภาพเดี่ยว ภาพคู่ผมพิสูจน์แล้วว่ากระติกไม่ได้ตัดต่อ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว ภาพนี้ตอนถ่ายอยู่ที่ไหน” 

กระติก : “พระราม 8 ค่ะ” 

อัจฉริยะ : “แก้เวลามั้ย” 

กระติก : “ไม่เคยยุ่งกับเวลานะ ในโทรศัพท์หนูไม่เคยยุ่งกับเวลาตรงไหนเลย เพราะเปลี่ยนแปลงไม่เป็น ไม่เคยทำอะไรกับโทรศัพท์ เรื่องรูป เรื่องเวลาไม่เคยทำ มั่นใจหนักแน่นมากๆ ด้วย” 

อัจฉริยะ : “เปิดวัดบุญญาวาส” 

กระติก : “ภาพนี้แตงโมเป็นคนถ่ายให้ติก” 

ใครเป็นคนถ่าย?

กระติก : “มันอยู่ในเครื่องติก ติกจำได้ตอนไปที่พนักงานสอบสวน มันมีอยู่ภาพนึง มันไม่ขึ้นโลเกชั่น ไม่แน่ใจว่ามีการส่งผ่านแอปฯ จำไม่ได้เลยอันนี้ ต้องไปถามพนักงานสอบสวนค่ะ มีประเด็นนี้อยู่” 

อัจฉริยะ : “อันนี้ให้พนักงานสอบสวนมั้ย” 

กระติก : “ให้หมดค่ะ ให้ไป 3-4 รอบ เอาไปที 7-8 ชม.” 

เกี่ยวอะไรกับวัดบุญญาวาส?

อัจฉริยะ : “ตำแหน่งที่กระติกถ่าย กระติกอยู่ที่วัดบุญญาวาส” 

กระติก : “เดี๋ยวก่อนนะ ภาพนี้เกี่ยวอะไรกับแตงโมตกไปตาย ภาพติกนั่งสวยๆ เนี่ย หนูแค่งง ประเด็นอะไรก็ไม่รู้” 

อัจฉริยะ : “ใจเย็นๆ หน่อย ผมจะชี้ว่าถ้าเวลานี้ คนที่ถ่ายภาพนี้อยู่ที่วัดบุญญาวาส ไม่ได้อยู่สะพานพระราม 8″ 

ทำไมถึงคิดแบบนั้น?

อัจฉริยะ : “ให้ดู แต่เปิดไม่ได้นะ” 

22.13 แต่ว่า 22.13 เหมือนกัน เป็นอีกจุดนึง ที่ดูอยู่นะ อยู่ตรงจุดวัดบุญญาวาส พี่เอามาจากไหน?

อัจฉริยะ : “มีที่มา แต่ถามว่าไปอยู่ที่วัดบุญญาวาสได้ไง” 

กระติก : “หนูไม่ได้ถ่ายเอง โมถ่ายให้ติกค่ะ หนูนั่งเอามือที่ไหนถ่ายล่ะคะ ดูด้วย หนูไม่ได้เซลฟี่นะคะ ดูอิริยาบถที่ภาพก่อน ว่าใครเป็นผู้ถ่ายภาพนี้” 

อัจฉริยะ : “ก็ถึงถามนี่ไง” 

กระติก : “ก็ตอบนี่ไงว่าแตงโมเป็นคนถ่ายให้ แต่มีภาพนึงจำไม่ได้ ตร.ถามว่าอันนี้ไม่มีโลเกชั่น อาจจะส่งภาพมาให้อีกที ต้องไปถามพนักงานสอบสวน  แต่ที่ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์คือไม่มีการแก้ไขรูปภาพ เวลาอะไรทั้งสิ้น ที่เหลือไปถามพนักงานสอบสวนเลย” 

อัจฉริยะ : “ช่วงเวลา 3 ทุ่ม 50 กว่า โรเบิร์ตนั่งคู่กับแตงโม หัวเรือ ใช่มั้ย” 

กระติก : “ไม่ทราบเลยค่ะ จำไม่ได้ โห 3 เดือนให้หนูระลึกชาติ ติกนั่งอยู่ซ้ายมือตลอดอยู่แล้ว” 

อัจฉริยะ : “แตงโมนั่งอยู่หัวเรือกับโรเบิร์ตคนขับ ปออยู่หลังกระติกเปล่า แซนอยู่ท้ายเรือ”

กระติก : “จำไม่ได้ขนาดนี้หรอก ว่าใครตำแหน่งไหนตอนกี่ทุ่ม ต้องถามพนักงานสอบสวน มันใกล้สถานการณ์จริงกว่า ถ้าถามหนูตอนนี้ หนูต้องใช้เวลาระลึกชาติ เพราะสามทุ่มเป๊ะๆ ใครทำอะไรที่ไหนยังไง หนูตอบไม่ได้พูดเลย” 

อัจฉริยะ : “โรเบิร์ตมีการมาซบกระติกมั้ย เหมือนเสียใจ” 

กระติก : “ซบอะไรคะ เสียใจเรื่องอะไรคะ ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรบนเรือเลย มีแต่นั่งคุยกันแค่เรื่องฟิตเนส เรื่องธุรกิจล้วนๆ” 

อัจฉริยะ : “ดูภาพๆ นึงนะ กระติกเปล่า”

กระติก : “ใครอ่ะ ไม่ใช่ติก ติกนั่งอยู่ข้างล่าง” 

ที่วงกลมสีแดงใคร?

กระติก : “ปอและโมยืนเท้าไหล่อยู่ ถ้าช่วงเวลานั้น เขาเท้าไหล่ด่ากัน พูดออกอากาศได้มั้ย สั-ว์ มึงเป็นอะไร แล้วตะโกนแหกปากกัน หนูจำได้แค่นี้แหละ หนูนั่งอยู่ฝั่งปอ และโมยืนเท้าไหล่ปออยู่” 

หลังกระติกเป็นจ๊อบมั้ย?

กระติก : “จำไม่ได้ค่ะ สายตาติกเห็นแค่สองคนนี้ ข้างหลังติกมองไม่เห็น ต้องหันไปเลย แล้วลมก็ตีหัวฟู หนูก็ไม่หันไป อันนี้เห็นเพราะอยู่หางตาข้างๆ แต่ข้างหลังไม่เห็นเลย ต้องหันเอี้ยวตัวไปมองถึงจะเห็น ถ้าจะมาถามละเอียดขนาดนี้ ติกไม่เห็นหรอกว่าใครอยู่ตรงไหน เวลาไหนๆ” 

อัจฉริยะ : “โรเบิร์ตขับเรือเหรอ” 

กระติก : “ตอบไม่ได้ค่ะ ไม่เห็นตรงนี้ เวลานี้ แต่ถ้าปออยู่ตรงนั้น ก็ต้องเป็นพี่เบิร์ต” 

อัจฉริยะ : “ผมเห็นแล้วว่าโรเบิร์ตขับเรือกลางวัน” 

กระติก : “กลางวันเขาสลับกันค่ะ”

 อัจฉริยะ : “กลางคืนค่ะ” 

กระติก : “เขาก็สลับกันเหมือนเดิม แต่หนักไปทางปอ มันจะมีช่วงจอดถ่ายรูป ช่วงเนิบๆ ติกเปิดให้พนักงานสอบสวนดูหมดแล้ว ว่าระยะความเร็วเท่าไหร่ เหมือนที่ติกตอบพี่หนุ่มไปในโหนกระแส ว่าขาไปมันเร็วเลยเป็นแบบนั้น หัวฟู ทุกคลิปเราเปิดหมด ให้ดูหมดทุกอย่าง ตอนกลางคืนตอนมืดๆ มันเป็นฟีลเปิดเพลง ดูดาว คนละมูท ติกถ่ายบรรยากาศไว้หมด ถ่ายน้ำด้วยที่กำลังเคลื่อนที่ไป ถ้าผิดสังเกตเราก็รู้ได้ แต่หนูอยากถามหน่อยว่าในเมื่อบอกว่ามีคลิปชัดเจน ว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้น ทำไมไม่เปิดเผยมาเลย จะกลัวโดนฟ้องทำไม หนูก็รออันนี้อยู่ ถ้าเห็นชัดว่าฆ่ากัน เอามีดกรีดโน่นนี่นั่น จะมาสนใจเรื่องเวลาทำไมคะ ในเมื่อคลิปชัดเจนอยู่แล้ว หนูก็รออยู่ คนทั้งประเทศก็รออยู่ค่ะ” 

อัจฉริยะ : “คุณไม่ต้องใจร้อนหรอก” 

กระติก : “หนูไม่ได้ใจร้อน พยายามใจเย็นอยู่แล้ว” 

อัจฉริยะ : “ใจเย็นๆ มีแน่นอน” 

กระติก : “เอาออกมาเถอะค่ะ คนเขารออยู่ทั้งประเทศ แฟนคลับพี่ก็รอ” 

อัจฉริยะ : “ผมก็ไม่ได้รีบ” 

กระติก : “แฟนคลับรออยู่ อย่าทำให้แฟนคลับผิดหวัง เขารอมาไม่รู้กี่งานแล้วเนี่ย ที่ทำแล้วทิ้งๆ” 

อัจฉริยะ : “ทิ้งตรงไหน” 

กระติก : “แล้วไขข้อสงสัยอะไรได้สักข้อมั้ยคะ แล้วล่าสุดบอกว่าเรื่องที่จะเอาหลักฐานพลิก 3-4 วันจะได้ พอถึงวัน รอดีเอสไออีกแล้ว มุกเดิมเลยนะ แล้วมาตั้งข้อสงสัยหนูใหม่ เพื่อดูว่าหนูจะตอบอะไรผิดมั้ย แล้วคนก็จะลืมเรื่องเก่าแล้ว มายุ่งกับเรื่องใหม่แล้วก็ทิ้งเรื่องนั้น แล้วมาเล่นหนูมาแจ้งความหนูต่อ ไปแจ้งนะคะ หนูจะได้ให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตร.” 

อัจฉริยะ : “ดีเลย” 

กระติก : “เพราะโทรศัพท์ให้ไปไม่รู้กี่รอบแล้วกับตร. อยากได้อะไรอีกมั้ยคะ เรื่องจีพีเอสไปคุยกับคนที่รู้เรื่องจีพีเอส โทรหาเขาหรือยัง เขาอธิบายชัดเจน ไปบอกเขาแก้อยู่นั่นแหละ คนนั้นแก้ คนนี้แก้ พ่อโทรมาด่าแล้วพี่ว่าไม่ให้ล่วงเกินผู้ใหญ่ เดี๋ยวผู้ใหญ่กลับบ้านไม่ถูก หนูล่วงเกินไปไม่รู้กี่ทางแล้ว นี่พ่อสายซ้อนมา” 

ถามหน่อยว่าที่ติกบอกจ่อฟ้องพี่อัจ เอายังไง จะฟ้องจริงเหรอ?

กระติก : “ก็ถ้าเขายืนยันว่าเป็นฆาตกรรม แล้วเราไม่ได้ทำ นี่ก็ยังยืนยันอยู่เหมือนเดิม อย่าทำให้แฟนคลับชาวไทยผิดหวัง มีโน่นนี่นั่น คนบ้าอะไรจะมากรีดขา แล้วยกให้เลือดไหล โอ้ย นิทานฉบับไหน”

อัจฉริยะ :  “ปากดีแบบนี้เจอกันอยู่แล้ว” 

กระติก : “ไม่ได้ปากดี เรียกลุงดีกว่า แก่กว่าพ่อหนูอีก พ่อสอนให้เคารพผู้ใหญ่ วันนี้กะมาเนิบๆ แต่ว่ามันเยอะไปแล้ว รังแกเด็กแล้วอ่ะ” 

อัจฉริยะ : “ผมถามให้สิ้นสงสัยของผมแค่นั้นเอง” 

กระติก : “แล้วสิ้นหรือยังคะ เดี๋ยวก็มีมาอีก ไม่สิ้นหรอก” 

อัจฉริยะ : “ผมได้คำตอบแล้ว” 

กระติก : “พ่อโทรมาไม่หยุดเลยพี่หนุ่ม พ่อบอกไม่ให้ล่วงเกินผู้ใหญ่ เดี๋ยวแกหาทางกลับบ้านไม่ถูก แต่ไม่ทันแล้ว” 

อัจฉริยะ : “อย่ามาปากดี เดี๋ยวก็รู้ บ่ายโมงเจอที่กองปราบ” 

กระติก : “ให้เขาออกหมายมาก่อน ไม่อยากยืนคู่กัน ไม่อยากทะเลาะกับคนมีอายุ มันดูไม่น่ารัก หนูดูเกือบทุกรายการ หนูสิ้นข้อสงสัยเลย แต่พี่โทรหาเขาหรือยัง ไปกล่าวหาคนโน้นคนนี้คนนั้น กล่าวหาไม่เลิกเลย แบบนี้แหละถึงจะโดนฟ้อง มันจะปวดหัวไง บางคนออกไปยังจะเอาเขากลับมาให้ได้ด้วยนะ” 

อัจฉริยะ : “เดี๋ยวก็รู้เองแหละ” 

กระติก : “หนูรู้ตั้งนานแล้วนะ พี่อยู่ใต้ท้องเรือแน่ๆ” 

อัจฉริยะ : “ถ้าคุณฟ้องผมได้ คุณฟ้องไปนานแล้ว” 

กระติก : “ก็คุณยังไม่หยุดพูดเลยไง” 

อัจฉริยะ : “ถ้าฟ้องผมได้ก็ฟ้องไปนานแล้ว ทั้งแซนด้วย” 

กระติก : “ก็อธิบายไปในโหนกระแสแล้วไงคะ ว่ายังไม่หยุดพูดเลย มันมีอีกหลายกรรม” 

เขาบอกคุณไม่เห็นฟ้องเขาสักที?

อัจฉริยะ : “ผมถามคำนึง คุณบอกว่าคุณเห็นแตงโมไปท้ายเรือ” 

กระติก : “ไม่เห็น ไม่เคยพูดว่าเห็น เอามาจากไหนว่าเห็น เคยพูดตอนไหนว่าเห็น” 

อัจฉริยะ : “เมื่อวานซืนที่มาออกรายการพี่หนุ่ม บอกว่าเห็นแตงโมตกเรือ” 

กระติก : “ดูจบหรือเปล่าคะ หนูบอกว่าเพราะมันไปตรงนั้นแล้วเป็นที่อันตรายไง มันเลยยืนไม่ได้ไง หนูเลยบอกให้ไปถามแซน ไม่เคยบอกว่าเห็นเลย ไปดูดีๆ” 

อัจฉริยะ : “ผมเห็นตั้งแต่แรก คุณบอกว่าคุณไม่เห็น” 

กระติก : “แล้วทำไมถึงพูดว่าหนูพูดว่าเห็น ไปทำความเข้าใจกับตัวเองให้ได้ก่อนถาม ไปแจ้งความให้เรียบร้อยด้วย เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่” 

อัจฉริยะ : “เดี๋ยวจัดให้”

กระติก : “มาท้าดีเบต 15 ข้อ แล้วทำไมต้องมานั่งตอบข้อสงสัยด้วยเนี่ย พูดอะไรไว้ทำให้ได้ก่อน  3-4 วันบอกจะมีคลิปออกมา ถึงเวลาไม่เห็นมีอะไรออกมาเลย ถึงเวลาก็อ้างโน้นอย่างนี้อ้างนั่น ปวดหัวม๊าก”

อัจฉริยะ : “ขอรูปเรือหน่อย ผมจะให้เห็นว่าดีเอ็นเอมันแปลก กระติกบอกนั่งหัวเรือตลอดเวลา แต่ไม่มีดีเอ็นเอของเขาเลย นั่งตั้งแต่ 5 โมงเย็นยัน 4-5 ทุ่ม ไม่มีดีเอ็นเอกระติก ไม่มีดีเอ็นเอโรเบิร์ต พี่หนุ่มว่าแปลกมั้ย มีแค่ดีเอ็นเอของปอ”

พี่เอามาจากไหน?

อัจฉริยะ : “พลเมืองดีให้มา ดีเอ็นเอมีของปอ ขนาดในภาพก็เห็นว่าโรเบิร์ตเป็นคนขับเรือและกินไวน์ไปด้วย เขาบอกเขานั่งตลอด เซลฟี่อะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่มีดีเอ็นเอสองคนนี้”

พี่มองว่าเรื่องนี้ฆาตกรรม?

อัจฉริยะ : “ผมสามารถบอกได้อยู่แล้วว่าใครฆ่า เมื่อวานก็บอกดีเอสไอไปแล้ว สองเขาต้องหามีด สองตรวจคราบเลือด ตรวจคราบเลือดรอให้ดีเอสไอไปตรวจพร้อมกัน เชิญตร.ร่วมด้วย ตรวจเรืออีกรอบ แต่ผมใช้โดรนใช้น้ำในการหา เราซื้อมาเพื่อใช้ในภารกิจของแตงโม ที่จะหามีด ผมจะปูพรมตั้งแต่สะพานซังฮี้ ยันสะพานพระราม 8 สองวันไปกลับเลย โดยใช้โดรนใต้น้ำ ซึ่งแพง บอกเลย แต่ลงทุนเพื่อน้องแตงโมโดยเฉพาะ”

เราจะได้คำตอบเมื่อไหร่?

อัจฉริยะ : “ต้องรอดีเอสไอ ผมไม่มีอำนาจไปตรวจเรือพวกนี้ได้ ” 

วันนี้กลัวมั้ยกับสิ่งที่กำลังเผชิญ เหมือนขี่หลังเสือ?

อัจฉริยะ : “คนที่มาให้ความร่วมมือกับเราเริ่มกลัว หลายๆ อย่างข้อมูลเราที่คนให้มาเขากลัว เราก็ต้องออกหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเขา ถ้ามีคนไปรังแกเขา เราจะได้ออกมาปกป้องเขาได้” 

เรื่องเวลา 22.13 น. เรืออยู่วัดบุญญาวาส แล้วไฉนเลยมาอยู่ตรงพระราม 8 ได้?

อัจฉริยะ : “ใช่ เขาแก้เวลา พรุ่งนี้จะไปแจ้ง” 

เวลาเดียวกัน แต่จุดมันไม่ใช่ พี่ได้มาจากไหน?

อัจฉริยะ : “ได้มาจากกูเกิ้ลแมป เป็นหลักฐานแล้วกัน” 

กระติก บอกว่าภาพนี้แตงโมเป็นการถ่าย มีการส่งกัน?

อัจฉริยะ : “ไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ว่าถ่ายตอนกี่โมง คุณบอกว่าไม่ได้แก้ แต่ 22.13 เขายืนยันว่าเขาถ่ายรูป แล้วจะส่งอะไรกัน มันไม่ใช่สาระสำคัญ มันมีเวลาตอนส่งข้อความ ไม่ใช่เวลาถ่ายรูป” 

ถ้าส่งก็โดน?

อัจฉริยะ : “มันส่งไม่ได้ไง ผมไม่มีสทิธิ์ส่งที่ตร. จนกว่าดีเอสไอจะรับ ผมส่งให้ดีเอสไอได้” 

คลิปหรือหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อดีเอสไอรับเท่านั้น?

อัจฉริยะ : “ถูก เราส่งให้ภาค 1 ไม่ได้ เพราะเขาเป็นคู่กรณีกับเรา เขาบอกประมาท เราบอกฆาตกรรม แล้วจะส่งให้เขาได้ไง” 

แล้วกองปราบล่ะ?

อัจฉริยะ : “กองปราบก็ไม่มีอำนาจ คดีนี้เรายื่นดีเอสไอเป็นคดีฆาตกรรม หลักฐานทั้งหมดก็ส่งให้ดีเอสไอ แจ้งข้อหาใครฆ่าผมแจ้งพรุ่งนี้ก็ได้ แต่อยากให้สอบผู้เชี่ยวชาญให้สมบูรณ์ก่อน แล้วผมจะมอบหลักฐานให้ทั้งหมดเลยว่าใครฆ่า แล้วร่วมกันสนับสนุนยังไง” 

สมมติมีการใช้มีดกรีดขา แล้วเลือดบนเรือจะเช็กยังไง?

อัจฉริยะ : “ก็ต่อเมื่อตรวจเรือใหม่ ที่ผมถามทำไมไม่มีดีเอ็นเอกระติก ไม่มีดีเอ็นเอแตงโม ไม่มีดีเอ็นเอโรเบิร์ตเลย แซนนั่งที่เบาะยังมีดีเอ็นเอเลย ทำไมสามคนนี้หายไปไหน ปอจับพวงมาลัยก็มี แซนนั่งหลังปอมี แซนนั่งท้ายเรือมี จ๊อบใส่เสื้อชูชีพนั่งตรงนั้นมี แต่สามคนหาย คดีฆาตกรรมไม่จำเป็นต้องไปเร่งอะไรมาก เพราะมันคนละคดีกับประมาท เขาไม่ได้สอบผมฝ่ายเดียว พยานตร.เขาก็สอบด้วย เพื่อให้ทุกอย่างชัด แล้วรับเป็นคดีพิเศษ ผมเพิ่งเข้าใจเมื่อวาน วันนี้ทุกอย่างต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำตามความสะใจคนดูได้ทุกอย่าง เพราะคนถูกฟ้องคือผม ตอนนี้ตร.ล่อผม 2 แล้ว เดชาไม่ต้องพูดถึง ไร้สาระ ตร. 2 แล้ว ถ้าผมพลาดปุ๊บก็มาเป็นฝูงเลย เป็นสิบ เราต้องละเอียดรอบคอบ ต้องเห็นใจคนมาร่วมงานกับเราด้วย ถ้าเราไม่โปรเทคเขา ต่อไปคนดีๆ ที่ไหนจะมาช่วยล่ะ เพราะไม่รู้ทำไปแล้วจะถูกฟ้องวันไหน ทุกอย่างคือผมต้องใช้สมองคิด ทำไมเราถึงใช้โดรนใต้น้ำ ถ้าเราไปนั่งดำ ใช้เวลากี่วัน แต่โดรนมันเร็ว เพราะกลไกอยู่ข้างบนดูจากภาพมันก็เร็ว เวลา 2 วันรู้คำตอบ เหมือนที่เมื่อวานจำลองรูปถ่ายกระติกกับแตงโม ก็ดูงว่าป้ายโฆษณา เวลาถ่ายใกล้มันจะเตี้ย ถ่ายไกลภาพจะสูงขึ้น เราก็ดูว่าภาพนี้ใช่ไม่ใช่ มีการตัดต่อมั้ย เช็กแล้วไม่มีการตัดต่อ แต่เราก็ต้องไปพิสูจน์ให้ได้ว่าป้ายทำไมสูงต่ำไม่เท่ากัน เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าเขาตัดต่อมั้ย เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เราก็ไปจำลองรัศมีนี้ให้เห็นป้ายแล้วเป็นยังไง ก็ตรงกัน ไม่มีการตัดต่อ” 

มีจุดเดียวคือเรื่องเวลา?

อัจฉริยะ : “ถูก เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เอาผู้เชี่ยวชาญด้านภาพไปถ่ายดูว่าเป็นยังไง เหมือนรูปสองคนตัดต่อมั้ย ผมเคยเอารูปโมอมีนากับแตงโมไปทำ ตาของแตงโมกับโม อมีนาไม่เหมือนกัน ตาของโมอมีนากับกระติกไม่เหมือนกัน ไม่ได้ตัดต่อแน่นอน เราก็ให้ความยุติธรรมกับเขา เราตรงไปตรงมา” 

ต้องบอกให้ได้ว่าเรื่องเวลาคืออะไร?

อัจฉริยะ : “ส่งไลน์ไปมันก็ขึ้นเวลาว่ากี่โมง แต่ไม่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ เพราะอันนี้มีคำว่าอีดิทแก้ไข เลยมองว่าเป็นการแก้ไขเรื่องเวลาหรือเปล่า”

ภาพที่เอามาให้ดู ไปตรวจบนเรือแล้วเหรอ?

อัจฉริยะ : “เราก็มีผู้เชี่ยวชาญของเรา ไปดูมา” 

ทำไมไม่ตรวจคราบเลือดไปเลย?

อัจฉริยะ : “เอางี้ดีกว่า คิดว่าบอลเป็นเจ้าของเอ็นบีซีตัวจริงมั้ย เขาไม่ใช่เจ้าของตัวจริง เจ้าของตัวจริงคือ เฮียเซี้ยะ แกเป็นเจ้าของที่ดินและเป็นเจ้าของอู่เอ็นบีซี คุณบอลเหมือนคนเอาเรือขึ้นเอาเรือลง เหมือนผู้จัดการทั่วไป ทีนี้ในอู่เอ็นบีซีมีกล้องวงจรปิด 8 ตัว อยู่ในห้องเฮียเซี้ยะ ก็จะให้ตร.เรียกมาตรวจสอบด้วยที่บอกว่ากล้องวงจรปิดเสีย เสียตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงถอดกล้องวงจรปิดไป เพราะเดิมมันมี แต่หายไปไหน ตอนนี้ไม่มีใครรู้นะว่าอู่คือของเฮียเซี้ยะ อันนี้เป็นประเด็นที่หนึ่ง สองตร.ไม่เคยพูดเรื่องการเก็บเสื้อผ้าทั้ง 5 คน แต่มาตรวจดีเอ็นเอเลยวันเกิดเหตุ มันแปลกมั้ย เที่ยงวันตร.ชุดสืบสวนสอบสวนไปบอกกรรมาธิการคุณหญิงพรทิพย์ว่ามีแก้วบนเรือแตก 1 ใบ แต่ไม่ให้พฐ.เก็บ มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่เราต้องใช้เวลา ให้ไปสอบปากคำรวบรวมหลักฐาน ตร.ไปจำลองล่าสุดเหมือนเดิม จะเอาให้ได้ท้ายเรือ ให้ดูรูป ทำยังไงก็ไม่ได้ ทำไมตร.ไม่สอบหมอพรทิพย์ หมอธวัชชัย ผู้เชี่ยวชาญเรือ ทำไมเอาคนใกล้ชิดผู้ต้องหามาเป็นพยาน ถ้าไม่มีอะไรสงสัยผมไม่ยุ่งหรอก เหนื่อยก็เหนื่อย  ถึงแตงโมไม่ใช่น้อง ไม่ใช่ครอบครัว แต่อยากให้เป็นตัวอย่างของสังคม ถ้าลูกใครหลานใครโดนแบบแตงโม แล้วถูกบิดเบือน ถูกอำนาจรัฐสั่งการ แล้วความยุติธรรมจะอยู่ตรงไหนประเทศไทย ถ้าคนรวยไม่ติดคุก คนจนติดคุกเหรอ วันนี้ผมต้องทะเลาะตร.ทั้งภาคเลยนะ ทะเลาะกับคนบนเรือ หลายสิ่งที่ทำเป็นการเสี่ยงทุกอย่าง ขบวนพาเหรดมาอีกที่จะแจ้งความผม คดีนี้มันแปลกตรงที่ทนายคุณแม่ เมื่อสามวันที่ผ่านมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ผมเห็นแล้วคลิปทำร้ายแตงโม ทำไมไม่เอาให้ตร. มันเป็นหน้าที่คุณ คุณเป็นตัวแทน ต้องเอาไปให้ภาค 1 หรือ อัยการเพื่อให้สอบว่าทำไมมีการทำร้ายร่างกายกัน ถ้าทำร้ายร่างกายกันก็ไม่ใช่ประมาทแล้วสิ อยู่ที่ว่าบาดเจ็บไม่บาดเจ็บ นี่หน้าที่ของคุณ คุณพูดเองนะ เหมือนกระติก ตอนแรกไม่ได้พูดถึงโลเกชั่น เขาก็ร้อนรนแล้ว พอเราพูดเขาของขึ้นเดี๋ยวทะเลาะกัน ผมถึงให้เกียรติเขา ผมถึงเฉยๆ” 

ล่าสุดมีคนส่งมาว่ามีการแถลงด่วนมือถือแตงโมอยู่ที่ใคร ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์?

อัจฉริยะ : “ก็บอกแล้วไงว่า มีคนโยงว่าผมเอาไปให้บังแจ็ค ผมไม่เลวทรามต่ำช้าขนาดนั้นหรอก แล้วผมไม่เคยคุยกับแม่ด้วย ไม่เคยเจอ ไม่เคยคุย โทรศัพท์มือถืออยู่กับแม่ ไอคลาวด์แตงโมยังไม่รู้จักเลย รู้จักแต่ไอ้คล้าว (หัวเราะ) ผมกราบวิงวอนคุณแม่ไปแจ้งความเถอะ มีการปล่อยภาพลูกสาวโดยมิชอบ มันส่งไปทั่ว แล้วพาดพิงมาถีงผมอีกว่าเอาภาพเอาไอคลาวด์มาให้ผม แต่ก็ขอบคุณคุณแม่ที่บอกว่าไม่เคยเจอ ไม่รู้จักผมด้วย ดังนั้นคุณแม่ไปแจ้งความที่สอท. ท่านก็รออยู่ ฝากคุณแม่ไปเถอะครับ ถ้าไม่สะดวกผมยินดีเอารถไปรับไปที่สอท.ก็ได้ มันจะได้จบ ยินดีไปบริการถึงที่ ก็ฝากให้ทุกคนรอหน่อย อย่ากดดันผมมาก ผมไม่สามารถทำความสะใจของทุกคนได้ เพราะเวลาผมโดน ผมโดนเป็นร้อยคดี เวลาโดนไม่มีใครจ่ายตังค์ให้ผม คดีนึงผมจ่ายตังค์ 5 หมื่น ต้องสู้ถึง 3 ศาล โดนสัก 100 คดี ผมก็โดน 5 ล้านแล้ว ใครจ่ายให้ผมล่ะ เมียก็บ่น ลูกก็ไม่อยากให้ทำแล้ว แต่ผมบอกว่าไม่ได้ รับปากผู้ใหญ่ไว้แล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด เมื่อวานได้ยินมาว่ามีเรือสองลำจริง อีกลำช่วยตร.ในการจำลอง ตร.ภาค 1 ก็แถลงสิ เรือ 200 กับ 300 เรือ 200 เขามาช่วยจำลองเหตุการณ์เขาให้ยืม ตร.ก็ไม่แถลง ถ้าตร.ชี้แจงว่ามีสองลำ 300 คือของจริง แต่ 200 มาช่วย ตร.ก็ไม่เคลียร์ ถ้าตร.ภาค 1 ตอบทุกประเด็นคนก็ไม่สงสัย บางอย่างไม่ใช่ความลับทางราชการเสมอไป อะไรที่คนสงสัยคุณก็แจง ปากคุณอมน้ำหมาก แจงเลย คุณเป็นโฆษกทำไมไม่แจง แจงให้สิ้นสงสัยทุกประเด็น ผมว่าไม่สายหรอกถ้ามานั่งตั้งโต๊ะแถลง ผมไปถามให้ก็ได้ ทำไมไม่เก็บดีเอ็นเอเสื้อผ้า คุณก็ตอบเท่านั้นเอง แต่เขาไม่ทำ” 

อยากบอกอะไร?

อัจฉริยะ : “อยากให้อดทนรอ อย่าเพิ่งกดดันผม ขอเวลาผมทำงาน ผมไม่ทิ้งคดีแตงโมแน่นอน”

Next Post

Showa Denko Starts Shipment of Newly Developed HD Media for Record-breaking 26TB Near-line HDD

TOKYO, May 26, 2022 – (ACN Newswire via SEAP […]

คุณอาจชอบ