เผยดัชนีวัดความอยู่ดีมีสุขในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เพิ่มทุกด้าน

KANDA

เผยดัชนีวัดความอยู่ดีมีสุขในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เพิ่มทุกด้าน

สสส.เผยดัชนีวัดความอยู่ดีมีสุขในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เพิ่มทุกด้าน ขณะที่ดัชนีความเข้มแข็ง อยู่ในขั้นเข้มแข็งมาก จัดการตนเองได้ พร้อมต่อยอดพัฒนาเครื่องมือวัดความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นกำจัดจุดอ่อนสร้างชุมชนเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) กล่าวในงานเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น วาระ: ทศวรรษร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ (A Decade of Togetherness in Co-Creating Healthy Communities) ว่า สสส.ดำเนินงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จำนวน 3,000 แห่งทั่วประเทศ ในตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ 7 ประเด็น

ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม 2.การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน 3.เกษตรกรรมยั่งยืน 4.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน 6.การดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชน และ 7.การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ และก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและการสร้างสรรค์แนวทางการบริหารจัดการท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ที่ทำให้ชุมชนมีความอยู่ดีมีสุข (wellbeing) และเป็นแนวทางการบริหารจัดการหรือต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม

  • สสส.ระดมข้อเสนอเชิงนโยบายแก้ปัญหาเด็กปฐมวัยอย่างมีส่วนร่วม
  • หนุนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ในจีนสร้างรายได้ให้คนพิการ

“สสส.สนับสนุนโครงการพัฒนาตัวชี้วัดความอยู่ดีมีสุขในระดับอปท.ที่มีเป้าหมายที่จะประเมินการบริหารงานของ อปท. เพื่อให้เกิดความอยู่ดีมีสุขในท้องถิ่น 8 ด้าน พบว่าดัชนีความอยู่ดีมีสุขที่ได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 คือ ด้านความปลอดภัยและป้องกันภัยพิบัติ รองลงมาเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจชุมชน ด้านสวัสดิการชุมชน ด้านการศึกษาและเรียนรู้ ด้านเกษตรยั่งยืนและด้านการมีส่วนร่วม”น.ส.ดวงพร กล่าว

ด้าน รศ.ดร.พงษ์เทพ สันติกุล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ได้พัฒนาเครื่องมือวัดความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น จากความร่วมมือของ สสส. ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาชุมชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อนำไปกำหนดนโยบายที่เหมาะสมหรือค้นหาจุดที่ไม่เข้มแข็งในการพัฒนาที่อาจละเลย โดยเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ง่าย นักพัฒนาชุมชนของ อปท. เมื่อเรียนรู้แล้วสามารถทำได้เองเมื่อไรก็ได้ สามารถอ่านผลได้เอง โดยสสส.ได้จัดอบรมวิธีการใช้เครื่องมือแก่ อปท. ทั่วประเทศแล้ว 600 อปท. และคาดว่าจะอบรมครบ 900 อปท. ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ในต้นปี 2564

อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่ 1 มีองค์ประกอบพื้นฐานที่เข้มแข็ง 2 มีกระบวนการหรือวิธีการพัฒนาที่ยึด “ศาสตร์พระราชา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ระเบิดจากข้างใน และ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางหลักในการพัฒนา 3 มีผลลัพธ์การพัฒนาที่เข้มแข็ง ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเข้มแข็งมาก คือ ชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงได้ และสามารถพัฒนาต่อให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นได้

Next Post

SDK to Split Its Optical Semiconductor Business

TOKYO, Oct 27, 2020 – (JCN Newswire) – […]