เมื่อนวัตกรรมเดินหน้าสู่ระบบการเงิน

KANDA

เมื่อนวัตกรรมเดินหน้าสู่ระบบการเงิน

เทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน หนึ่งในนั้น คือ  เทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) หรือ “ฟินเทค” (Fintech) ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านการเงินที่นำเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลมาผสมผสานกันเพื่อนำมาออกแบบบริการทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนโฉมรูปแบบการให้บริการทางการเงิน การธนาคาร และการลงทุนให้มีความทันสมัย เข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย

โดย เสาวลักษณ์ คำวิลัยศักดิ์

บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด(มหาชน)

ในอดีตการทำธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนจำเป็นต้องพึ่งตัวกลางและมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การโอนเงินข้ามธนาคารหรือการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีค่าธรรมเนียมที่สูง แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จึงเกิดการให้บริการทางการเงินและการลงทุนที่สามารถตัดตัวกลางและขั้นตอนที่ยุ่งยาก ล่าช้า การใช้เอกสารจำนวนมาก รวมทั้งความไม่สะดวกในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเงินหรือฟินเทค

ฟินเทคเข้ามามีบทบาทและส่งผลกระทบกับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจธนาคาร สถาบันการเงิน  ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน เนื่องจากความก้าวหน้าที่สำคัญของนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีที่สร้างเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล (Biometrics) เช่น การจดจำลักษณะใบหน้า ดวงตา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถใช้ข้อมูลการเงินของผู้ใช้บริการจากสถาบันการเงินอื่นได้อย่างสะดวกและปลอดภัย (Open banking) รวมทั้งเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)   ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

  • เกษตรฯย้ำนโยบายสำคัญปี65มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน      
  • เตือนลงทุนบิตคอยน์ระวังหมดตัวหลังผันผวนหนัก

สังคมไร้เงินสดเมื่อโทรศัพท์มือถือหรือแท็ปเล็ตกลายเป็นสถาบันการเงินและกระเป๋าสตางค์ (Digital Banking, E-Commerce) ภาคธุรกิจและผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงินส่วนบุคคลที่หลากหลาย และทำธุรกรรมทางการเงินในเวลาสั้น ทั้งการฝาก-ถอน-โอนเงิน-การลงทุน โดยไม่ต้องเดินทางไปด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังพัฒนาเชื่อมโยงไปยังการชำระค่าสินค้าและบริการจากการซื้อขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่จำเป็นต้องพกเงินสด ทำให้เกิดการพัฒนาแอปพลิเคชั่นในการรับ-จ่ายเงินออนไลน์ การปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการลงทุน   

ข้อมูลมีค่าดุจทองคำ  เทคโนโลยีด้านการจัดการข้อมูล (Big Data) เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกในการให้บริการด้านการเงิน รวมถึงระบบการดำเนินธุรกิจและระบบบริหารจัดการความเสี่ยง  โดยนำข้อมูลที่อยู่ในแพลตฟอร์มดิจิทัล (เทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่คุ้นเคย เช่น Shopee, Lazada, Facebook, Google) มาวิเคราะห์ เพื่อให้บริการด้านการเงินที่เหมาะสมเฉพาะธุรกิจหรือบุคคลนั้น หรือการนำข้อมูลที่ได้มาจากใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ มาวิเคราะห์เงินทุนหมุนเวียน ระบบขายหน้าร้าน รวมถึงระบบจัดการคลังสินค้า เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจหรือบุคคลในการให้สินเชื่อ หรือการให้บริการด้านการลงทุนที่เหมาะสม

สกุลเงินดิจิทัลไม่เป็นเพียงแค่จินตนาการ และการต่อยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชน สกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้ในการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งบล็อกเชนทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลธุรกรรมในรูปแบบสมุดบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ของระบบการชำระเงินในเครือข่ายเดียวกันไม่ให้ถูกควบคุมโดยคนหนึ่งคนใดหรือมีคนกลางมาเกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้งานทุกคนจะเห็นข้อมูลชุดเดียวกันทั้งหมดและข้อมูลที่ถูกบันทึกไปก่อนหน้าจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ ทำให้มีความปลอดภัยสูงและประหยัดค่าใช้จ่าย แม้ว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังไม่รับรองว่าคริปโทเคอร์เรนซีที่เอกชนสร้างขึ้นมาจะสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่เริ่มมีแนวคิดที่จะพัฒนาสกุลเงินดิจิตอลเพื่อทดแทนระบบเงินในปัจจุบันจากแรงขับเคลื่อนของสังคมไร้เงินสดที่ประชาชนในประเทศใช้เงินสดน้อยลง เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดและลดความเสี่ยงในระบบการชำระเงินจากการพึ่งพาบริการทางการเงินของภาคเอกชนมากไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีบล็อกเชนได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่ปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งบล็อกเชนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมอีกหลายชนิดทีจะมีบทบาทต่อไป ไม่ได้จำกัดเพียงแค่สุกลเงินดิจิทัลอย่างเดียว เช่น สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ที่จะประมวลผลฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ถ้าหากเป็นไปตามเงื่อนไขในข้อตกลง ระบบก็จะดำเนินการตามเอกสารโดยอัตโนมัติ เป็นการลดขั้นตอนแบบเดิมที่ใช้เอกสารหลักฐานจำนวนมาก เป็นต้น

ฟินเทคกำลังเติบโต ได้รับความสนใจทั้งจากสถาบันการเงินใหญ่ บริษัทผู้นำทางเทคโนโลยี และบริษัทเกิดใหม่ที่เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง  เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถเติบโตไปได้ในอนาคตจากการก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในฐานะนักลงทุนจึงเป็นโอกาสที่จะได้ลงทุนในบริษัทฟินเทคเพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนอีกทางหนึ่ง และเป็นการกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม

 

Next Post

คลังกรุงไทย ไล่จับโกงเราชนะใช้เงินเกิน3แสนบาท

หยุดโกงไม่อยู่ คลังกรุงไทย ไล่จับโกงเราชนะใช้เงินเ […]