โควิดกระทบเศรษฐกิจฉุดการใช้พลังงานวูบ 8%

KANDA

โควิดกระทบเศรษฐกิจฉุดการใช้พลังงานวูบ 8%

สนพ.เผยภาพรวมการใช้พลังงานลดลงตามเศรษฐกิจชะลอ ส่งผลการใช้ไฟฟ้าทุกสาขาลดลง โดยเฉพาะโรงแรม-ห้าง จับสัญญาณไตรมาส3 ผลจากมาตรการเที่ยวด้วยกัน ดันยอดใช้เบนซิน-โซฮอล์ดีขึ้น

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 8.0 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การผลิตพลังงานขั้นต้นลดลงตามความต้องการใช้พลังงาน โดยลดลงร้อยละ 10.2 ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำของประเทศลาวเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงปลายปี 2562 จำนวน 3 โรง มีกำลังการผลิตรวม 1,843 เมกะวัตต์

สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ลดลงร้อยละ 12.4 โดย การใช้น้ำมันดีเซล ลดลงร้อยละ 2.9 เป็นผลจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้มีการขนส่งสินค้าลดลง

ส่วนการใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล ลดลงร้อยละ 2.3 โดยการใช้ในไตรมาสที่สามปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown และการสนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านมาตรการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐบาล ทำให้มีการเดินทางเพิ่มขึ้น

การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 57.7 เนื่องจากข้อจำกัดของการอนุญาตให้ทำการบินในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินลดลงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 27.6 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ แอลพีจีบางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน

  • กษัตริย์สวีเดนตำหนิรัฐบาลคุมโควิดล้มเหลว
  • บาทเปิด 29.78 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่อง

ด้านการใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลงร้อยละ 7.4 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ทั้งการใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

สำหรับการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) ลดลงร้อยละ 29.5 จากผู้ใช้รถยนต์ เอ็นจีวีบางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน เนื่องจากราคาอยู่ในระดับไม่สูงมากนักและมีสถานีบริการทั่วถึงมากกว่า

ด้านการใช้ไฟฟ้า ลดลงร้อยละ 3.1 โดยลดลงในเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลง 36.5 และ 16.8 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ร้อยละ 9.5 ผลจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมทั้งหลายหน่วยงานยังคงมีมาตรการ Work from home

นายวัฒนพงษ์  กล่าวว่า สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสามารถวิเคราะห์แนวโน้มการใช้พลังงานในอนาคต และเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการใช้พลังงานในสภาวะที่ผันผวนเช่นนี้ 

Next Post

เจ้าของบริษัทวงหนี้ผู้สมัครส.อบจ.อุดรธานีโกงครึ่งล้าน

อุดรธานี-เจ้าของบริษัทวงแจ้งความทวงหนี้ผู้สมัครส.อ […]