Bitcoin ราคาทะลุ1ล้านบาท สัญญาณฟองสบู่ก่อตัว?

KANDA

Bitcoin ราคาทะลุ1ล้านบาท สัญญาณฟองสบู่ก่อตัว?

เป็นอีกครั้งที่คริปโทเคอร์เรนซีรายนี้ทำให้เกิดความกังขาเกี่ยวกับราคาที่พุ่งขึ้นมาแรงจัด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมามูลค่าของ Bitcoin ทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยขึ้นมาถึง 34,800 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.01 ล้านบาท ก่อนที่ราคาจะถอยลงมาในวันจันทร์โดยอยู่ที่ 32,990 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.87 แสนบาทในตลาดซื้อขายเอเชียช่วงเช้า

การทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีรายนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนพอสมควร และหากย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาจะพบว่า Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 800% ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2020 เนื่องจากมีผู้ค้าและนักลงทุนจำนวนมากขึ้นพากันเดิมพันกับ Bitcoin ว่ากำลังจะกลายเป็นแนวทางการชำระเงินหลัก

ที่น่าสนใจก็คือการทำราคาถึง 34,800 ของ Bitcoin เหรียญสหรัฐเกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์หลังจากที่เคยทำราคาทะลุ 20,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 ธันวาคม ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอย่างมาก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าฝ่ายโปร Bitcoin ให้เหตุผลว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้มีส่วนสำคัญในการเป็นตัวเลือกนอกจากทองคำในฐานะการลงทุนทางเลือกในเวลาที่เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงและความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ และอ้างว่า Bitcoin ได้รับความสนใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนสถาบัน

ทั้งนี้ ความต้องการ Bitcoin เพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่งเพราะ PayPal ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินออนไลน์ประกาศในเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่าจะให้เจ้าของบัญชีสามารถใช้งาน Bitcoin ได้

  • "หยวนดิจิทัล" มาแล้ว จีนเริ่มแจกประชาชนใช้ บริษัทยักษ์ใหญ่รับ
  • บิทคอยน์พุ่งสุดในรอบ 3 ปี คาดปีหน้าทะลุแสน

แอนโทนี เทรนเชฟ หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nexo ในลอนดอน (ซึ่งระบุว่าผู้ให้กู้คริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก) กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า Bitcoin จะอยู่ในระดับ 50,000 เหรียญสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ส่วนสก็อต ไมเนิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Guggenheim Investments กล่าวกับ Bloomberg Television ในการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมว่า ในที่สุดแล้วคาดว่ามูลค่าของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 400,000 เหรียญสหรัฐ

แต่ผู้คลางแคลงมองว่าการที่ราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นมากกว่า 300% ในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากฟองสบู่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเกิดจากนักลงทุนที่ไล่ตามแรงเหวี่ยงของสกุลเงินนี้

นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีประวัติที่น่ากังวล ในระยะใกล้ๆ Bitcoin เคยร่วงลงมากถึง 14% ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ก่อนหน้านี้ และมีผู้เตือนว่าการลงทุนประเภทนี้จะพบกับภาวะตลาดปรับฐาน นอกจากนี้ราคาเคยขึ้นครั้งใหญ่ในปี 2017 แต่ตามมาด้วยการสูญเสียถึง 83% เป็นช่วงขาลงที่กินเวลานานถึงหนึ่งปี

แฮมิช แม็คแรแห่ง The Independent คาดการณ์ว่า ฟองสบู่ของ Bitcoin จะแตกในปีนี้เพราะนักลงทุนจะหันหลังให้กับการลงทุนที่เป็นฟองสบู่ง่ายมาเป็นการลงทุนที่เป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น

Photo by Ozan KOSE / AFP

Next Post

นายกฯเผยได้วัคซีน 2 ล้านโดสใน1-2เดือนให้บุคลากรการแพทย์ก่อน

นายกฯเผยเผยรัฐบาลจัดหาวัคซีน 2 ล้านโดสภายใน 1-2 เด […]

คุณอาจชอบ