“กอล์ฟ เบญจพล” คุยเปิดอก! ปมฝังใจในวัยเด็ก เกือบต้องเสียรักแท้ เพราะความเจ้าชู้

SASITHORN

"กอล์ฟ เบญจพล" คุยเปิดอก! ปมฝังใจในวัยเด็ก เกือบต้องเสียรักแท้ เพราะความเจ้าชู้

รายการ ถามสุดซอย Weekend ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.00 น. เนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน วันนี้ (10 ม.ค. 64)  เปิดใจสัมภาษณ์ กอล์ฟ-เบญจพล เชยอรุณ กับชีวิตวัยเด็กที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ชีวิตวัยเด็กของกอล์ฟ หลายคนไม่ค่อยรู้ คุณพ่อคือคุณพ่อเพิ่มพูน เชยอรุณ เป็นผู้กำกับหนังซึ่งโด่งดังมาก ตอนนั้นได้มีโอกาสไปช่วยไหม ?
“จริงๆ คุณพ่อจับเล่นหนังตั้งแต่เด็ก 8-9 ขวบ เรื่องหลวงตา ภาค 1 คุณพ่อเห็นเราชอบไปวิ่งเล่นในกองถ่าย เขาก็จับให้เล่นไปเลย เป็นช่วงตอนต้นจะมีพระเอกวัยเด็ก เราก็เล่นเป็นเพื่อนพระเอก ไม่ใช่พระเอก (หัวเราะ) อยู่ในกลุ่ม”

ตอนเด็กคุณเป็นนักกิจกรรม ชอบเต้นระบำ ?
“ไม่ชอบเรียน เอาอย่างนี้ดีกว่า (หัวเราะฮา) คือเวลาโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ กิจกรรมไหว้ครู วันปีใหม่ คริสต์มาส ต้องมีเบญจพล เชยอรุณ รวมอยู่ในนั้น เล่นดนตรี แต่งเพลง อะไรที่ต้องมีรุ่นพี่รุ่นน้องแสดง เราจะอยู่ในนั้นเสมอ คุณครูจะนึกถึงตลอด”

แต่งเพลงตอนไหน ?
“ช่วง ม.2-ม.3 เอาจริงๆ ผมเริ่มจากอยากเอาชนะเพื่อนในห้อง เพื่อนเล่นดนตรีในห้องแล้วมันเท่ สาวๆ ไปกรี๊ด แค่นี้เอง”

คุณมีแรงผลักดันเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก ?
“(หัวเราะ) ครับ”

ทำไมไม่ไปเล่นหนัง หรือทำหนังกับพ่อ อันนั้นระดับประเทศ ?
“คุณพ่ออยากให้เป็นผู้กำกับเหมือนคุณพ่อ ไม่ได้อยากให้เล่นเลย คุณพ่อบอกตลอดว่ากอล์ฟมาทำหนังไหม เขาเห็นว่าเรามีพรสวรรค์ พ่อผมเขาเก่งวิธีสอนมาก เขาจะเขียนเรื่องย่อมา แล้วส่งไปให้พี่ชายผม เขาชวนพี่ชายมาตั้งนานแล้ว พี่ชายปัจจุบันนี้่ก็ไปสายมิวสิกวิดีโอ กำกับเหมือนคุณพ่อ พ่อจะส่งบทเรื่องย่อให้พี่ชาย โดยผ่านผม ให้ผมรับงานผ่านพ่อส่งให้พี่”

เพื่ออะไร ?
“ให้ผมเห็น ผมเป็นประเภทเห็นแล้วอ้าว กูทำได้นี่ เราก็เลยขอพ่อ พ่อ ขอเขียนฉากนั้นฉากนี้หน่อย เราก็เริ่มเขียนบทภาพยนตร์ ผมไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นเรื่องสายเลือด หรือพรสวรรค์ พ่อเขาก็หลอกล่อ จนเราเขียนบทได้ พ่อบอกนี่ไง เขียนบทได้แล้ว”

ช่วยพ่อเขียนบทเรื่องอะไรบ้าง ?
“หลวงตาภาค 3 ตอนนั้นเริ่มโตแล้ว น่าจะ 18-19 ประมาณนี้”

พ่อไม่ผลักดันขึ้นข้างหน้า ฝันจริงๆ คืออะไร ?
“อยากเป็นนักดนตรี เราเริ่มจากมัธยม เด็ก ม.4-ม.5 อยู่ๆ ส่งเพลงไปขายตามค่ายเพลงแล้วมีคนซื้อ แล้วคนที่ซื้อเป็นโปรดิวเซอร์พี่ปุ๊ อัญชลี เมื่อก่อนพี่ปุ๊ดังมากนะ ผมส่งไปมั่วๆ เลย ปรากฎว่าโปรดิวเซอร์พี่ปุ๊ อัญชลี กับพี่ต้อม ไกรวิทย์มั้ง เขาชอบ เขาก็เลยซื้อ ซื้อเพลงเราตั้งแต่อยู่ ม.5 สุดท้ายพ่อก็ยอมให้ไปตามฝัน พ่อทำอัลบั้มให้ชุดแรก เป็นวง ชื่อวงเลอโดม”

รักความฝันถึงขนาดเดินไปบอกพ่อว่าขอหยุดการเรียน เพื่อเดินทางด้านดนตรีแต่งเพลงเต็มที่ ?
“ใช่ อันนั้นคือจบ ม.6 แล้วนะ ก็บอกพ่อว่าถ้าเอ็นไม่ติด ขอหยุดปีหนึ่งจะขอทำตามความฝันหน่อย สุดท้ายก็เอ็นไม่ติดจริงๆ พ่อก็มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้เลยในชุดนั้น มันเริ่มจากพ่อจะทำหนังเรื่องหนึ่ง แล้วให้เราเขียนเพลงประกอบหนัง ปรากฎว่าเขียนไป 4-5 เพลง หนังไม่ได้สร้าง ผู้อำนวยการสร้างเขามีปัญหาเรื่องเงิน พ่อเลยบอกว่าเห็นมีความฝัน ลูกทำได้ งั้นเขียนให้ครบ 10 เพลงเลย ทำเป็นวงดนตรี เดี๋ยวพ่อไปเสนอตามค่ายให้”

สุดท้ายเป็นยังไง ?
“ลึกๆ ผมก็ติดเป็นปมในใจ ตอนนั้นพ่ออยากให้เป็นผู้กำกับ แต่คุณพ่อยอมตามฝันลูก ไม่ได้ตามฝันตัวเอง สุดท้ายเขาเอาตัวเองลงมาช่วย เอาชื่อเสียงมาผลักดันเต็มที่ สุดท้ายเรารักษาวงไว้ไม่ได้”
 
เกิดจากอะไร ?
“ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่ แล้วอยู่ๆ เราได้เป็นหัวหน้าวง เราไม่รู้วิธีการเมเนจว่าต้องทำอะไรบ้าง เรารู้แค่ว่าเขียนเพลง เป็นโปรดิวเซอร์ทำดนตรีอยู่แล้ว จนสุดท้ายเราควบคุมวงไม่อยู่ วงมันก็แตก พอวงแยกปุ๊บ เพลงเริ่มโปรโมตเพลงที่ 3 เอง ก็เลยหยุดโปรโมต”

คุณเสียใจไหม ?
“เสียใจอยู่แล้ว เราเริ่มมา และเป็นความฝันเราตั้งแต่ ม.4 ฝันมันทลาย แต่ที่เสียใจที่สุดคือเราเอาชื่อเสียงพ่อ ตอนวงแตกพ่อไม่ได้ว่าอะไร ผมเหมือนลูกคุณหนูสมัยก่อน อะไรก็ได้ เพราะพ่อมีชื่อเสียง เงินทองก็ไม่ลำบาก ผมก็รู้สึกว่าพ่ออุตส่าห์ให้โอกาส ให้ฝันเราเป็นจริง แต่เราเก็บไว้ไม่ได้เอง”

ความฝันตอนนั้นทำไม่รอด ?
“ใช่ พอไม่รอดปุ๊บ ผมก็ยอมมาเป็นผู้กำกับ เริ่มศึกษาเต็มที่ในการเป็นผู้กำกับ คุณพ่อมาจากไปเสียก่อน ก่อนคุณพ่อเสีย 3 เดือนเราเตรียมเปิดกล้องแล้ว เรื่องเมืองในหมอก ภาค 2”

งานกำกับใช่ความฝันเราไหม ?
“เป็นความฝันของพ่อ”

ถ้าคนบอกมีศักยภาพ มีประสบการณ์ที่พ่อถ่ายทอดเอาไว้ให้ อยากให้กำกับหนังละครสักเรื่อง รับไหม ?
“ถ้าตอนนี้รับ แต่ก่อนหน้านี้ไม่รับ เพราะผมอยากทำความฝันคืนให้พ่อบ้าง”

พอมาอยู่เบื้องหน้าวงการบันเทิง แรกๆ ตอนหนุ่มๆ คุณไปอยู่ก๊วนเพลย์บอยได้ยังไง ?
“ใครเหรอ เพลย์บอย”

กรรชัย กำเนิดพลอย ?
“เขาเป็นพิธีกรชื่อดัง (หัวเราะ)”

ยุคแรกที่คุณสนิท คุณกรรชัย, โบ๊ต วิบูลย์นันท์ แล้วใครอีก ?
“วิลลี่เหรอ จอนนี่เหรอ (หัวเราะ) เขาหล่อกันหมด ผมไม่หล่อ (หัวเราะ)”

แล้วไปอยู่กับเขาได้ไง ?
“ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) น่าจะเริ่มจากเล่นละคร ไปเจอกับกรรชัยนี่แหละ คุยกันไปมา เหมือนจูนกันติด เพราะพ่อผมเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ พ่อคุณหนุ่ม กรรชัยเป็นดาราเก่า เลยเหมือนจูนกันติด เพราะอยู่ในวงการบันเทิง เลยสนิทกันโดยปริยาย”

ปัจจุบันให้นิยามคุณหนุ่ม กรรชัย ยังไง ?
“พิธีกรชื่อดังครับ”
 
อดีตล่ะ ?
“เละเทะครับ (หัวเราะ)”

กลุ่มนี้เป็นเสือเลย ?
“ไม่ใช่เสือ คนคิดกันเอาเอง เราแค่เป็นกลุ่มนักแสดงเฟรนด์ลี่”

คบซ้อน ?
“ไม่ซ้อน”

สาบาน ?
“อุ้ย ตายฟรี (หัวเราะ)”

คุณไม่หล่อเท่าเขา แต่มีคารม ?
“ได้อยู่ บางครั้งหล่อๆ ก็ไม่ได้กินครับ คารมเอาไปครับ”

เละเทะคืออะไร ?
“ไม่มีอะไร เด็กวัยรุ่นทั่วไป สนุกสนานเฮฮา ไปเที่ยวตามผับ เฮฮาปาร์ตี้”

พอโตมาหน่อยเป็นคุณแม่ญาณี มัม ลาโคนิค เป็นเพื่อนคุณ ?
“ครับ คือทุกคนที่ผมทำงานด้วย มันเริ่มจากความสนิท เลยไม่เหมือนมาทำงาน เหมือนมาปาร์ตี้ อย่างมาวันนี้เรารู้จักกันก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องกลัวอะไรพี่ท็อป มันสนิทกัน ถึงพี่ท็อปจะถามลึกมาก ผมก็กล้าตอบ เพราะผมก็รู้เรื่องพี่ท็อปเยอะแยะ (หัวเราะ)”

ตอนคุณทำค่ายเพลง กรรชัยเคยมาขอคุณร้องเพลง ?
“ใช่ ตอนทำบีมายเกสท์ ชุดแรก กรรชัยยังไม่ได้เข้ามา เขาก็รู้สึกว่าทำทำไม นักร้องแบบนี้ขายยาก กรรชัยไม่ผิด ทุกคนมองอย่างนี้อยู่แล้ว อย่าทำเจ๊งแน่ๆ ปรากฎว่าดังมาก คุณกรรชัยเลยเดินมาบอกว่าเฮ้ย กอล์ฟ ชุดแรกกูร้องด้วย (หัวเราะ) เขาก็ร้องครับ”

มีวีรกรรมอะไรประทับใจ ?
“เหนื่อยครับ ถ้าเล่านี่บอกเลย”

เรื่องสาวๆ ?
“เรื่องนี้จะไม่ยุ่งครับ มันผ่านไปแล้ว มีบ้างประปราย แต่เป็นอดีต เขาไม่ทำแบบนั้นแล้ว เชื่อผม เขาไม่ทำแล้ว”

เพื่อนในวงการคนไหนที่พูดคุยได้หมดทุกเรื่อง ?
“พี่ตุ๊ก ญาณี คุยกันทุกเรื่อง พี่ตุ๊กก็คุยกับผมทุกเรื่อง กล้าเปิดใจกับเรา มีช่วงหนึ่งที่พี่ตุ๊กมีปัญหา แล้วหายไป ผมถึงต้องออกมาพูดในรายการทีวี”

กอล์ฟ เบญจพล เปิดใจในรายการ ถามสุดซอย Weekend

คุณคบเพื่อนแต่ละคน หน้าตาดี เก๋ๆ เป็นเหตุผลไหมทำให้เกิดกระแส ที่คนหันมาจับจ้องกันเรื่องคุณศัลยกรรมจมูก ?
“มันไม่ได้มาจากการคบเพื่อนอะไรเลย ไม่เกี่ยว (หัวเราะ) มันเกิดจากผมทำงานในวงการมาเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรตัวเองเท่าไหร่ ใช้ชีวิตไปวันๆ จนวันหนึ่งพี่นีโน่น่ะแหละเป็นคนทักคนแรก บอกว่าจมูกใหญ่ขึ้น เราอาจชินของเรา จนผ่านมา 2 ปี พี่โน่ก็พูดอยู่เรื่อยๆ ผมก็เริ่มโดนเพื่อนฝูงแซวนิดหน่อย ซึ่งแซวกับบูลลี่ต่างกันนะ เขาแซวเล่นๆ เลยเอารูปเก่าๆ มาดู เฮ้ย ใหญ่จริงว่ะ”

กระแสถาโถมที่สุดเหมือนกัน ?
“อันนี้งงสุด บอกตรงๆ ผมกล้าพูดนะว่าอยู่ในวงการมาร่วม 30 ปี ผมไม่เคยมีข่าวเสียหาย แย่ๆ นี่เป็นครั้งเดียวที่มีข่าวและเป็นข่าวไม่ค่อยดี ก็รู้สึกว่าการที่เราทำมันขนาดนั้นเลยเหรอ เราไม่ได้เป็นพระเอกไง แต่เราอยู่ในยุคโซเชียลที่ใช้กันแบบผิดๆ ใช้กันแบบไม่มีความเกรงใจ ผมก็เลยงงว่าอยากเข้ามาว่าใครก็ว่างี้เหรอ”

มีจะทำอะไรอีกไหม ?
“อาจแก้จมูกอีกรอบ มันยังไม่เล็กสวยเหมือนแม่กับพี่ชาย ผมอยากให้ใกล้เคียงแม่กับพี่ชาย ตอนนี้มันลดลงไปแล้ว แต่มีบางจุดที่อยากแก้นิดหน่อย”
 
หมดไปหลักอะไร ?
“ไม่บอกดีกว่า ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการพูดคุยกับที่ที่เราไปทำ การต่อรองก็ว่ากันไป แต่ละเคสก็ไม่เหมือนกัน”

ความพอใจที่ออกมา ?
“ผมโอเค แต่อยากเพิ่มเติมบางอย่างอยู่ หมายถึงจมูกนะ ส่วนอื่นไม่ได้อยากทำแล้ว”

พอเข้าวงการมาได้สักพัก คุณไปทำรายการๆ หนึ่ง เด็กทีมงานน่ารัก คุณจีบและจัดการเผด็จศึก ขอแต่งงาน รวบหัวรวบหาง จนมาเป็นคู่ชีวิตปัจจุบัน อยากให้เล่าย้อนให้ฟังว่าเป็นยังไง ?
“(หัวเราะ) แต่ละคำ ก็ไม่มีอะไร ทำรายการกับพี่ตุ๊ก ญาณีนี่แหละ ชื่อรายการขอบอก ของพี่บอย ถกลเกียรติ ผมเองพอดีเลิกกับแฟนเก่า ผมเหมือนปิดตัวเอง อยู่นิ่งๆ เงียบๆ พี่ตุ๊กบอกว่าทำไมน้องมันดูเงียบๆ ซึมๆ เขาก็เลยเขี่ย เป็นแม่สื่อแม่ชัก บอกว่ากอล์ฟๆ ดูน้องคนนี้สิ เป็นทีมงาน ปุ้ยเขาเป็นแอดมิน ดูแลพิธีกร เราก็เริ่มๆ เปิดใจมอง”

น้องปุ้ยรู้ตัวไหมจะโดนขย้ำ ?
“เขาไม่รู้หรอก พฤติกรรมเราเปลี่ยนเอง ก็เริ่มมีหยอด ก็ใช้เวลาเป็นแฟนกันพอสมควร เพราะเขาไม่ได้มั่นใจในตัวเรา คนรอบข้างเขาก็ไม่ได้เชียร์ เพราะเราอยู่ในกลุ่มดาราที่มีภาพเจ้าชู้”

พอคบหาเป็นแฟนกันแล้ว กำลังจะขอแต่งงาน ว่าที่เจ้าสาวหนีไปอเมริกา เกิดจากอะไร ?
“เราซนนิดหน่อย ไม่ได้คุยคนเดียว”

คบซ้อน ?
“ไม่ทันซ้อนเลย จับได้ก่อน คือความที่เราเหมือนมีนิสัยเจ้าชู้มาบ้าง พอวันหนึ่งที่หยุดไปแล้ว อยากบริหารเสน่ห์ อยากรู้ว่าเราจั่วแล้วติดไหม ไปจั่วเล่นแล้วติด เขาจับได้ วิธีการเขาก็เนียนๆ เลย เราวางมือถือไว้เขาก็เปิดอ่านแล้วก็เจอ เผอิญตอนเขาเจอเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น ถ้าเราอยู่เราจะได้ทำลายหลักฐาน เราจะเขวี้ยงโทรศัพท์ นี่กรรชัยสอนนะ กรรชัยบอกว่าถ้าอยู่ให้รีบเขวี้ยงโทรศัพท์ เขาไม่ได้แคปข้อความ เขาเก็บเบอร์เอาไว้เลยแล้วก็โทรไปเช็ก ทางนั้นก็บอกว่ามาคุยจริงๆ จ๊ะ (หัวเราะ)”

หลังจากนั้นปุ้ยทำยังไง ?
“ขนของหนีไปอเมริกา เขาไม่บอก เขาเนียนมาก เขาไม่ให้เรารู้เลยว่าเขาจับได้ แม้แต่วันที่เขาไปเขาก็บอกว่าเขาจะไปเยี่ยมพี่สาว แค่นั้นเอง”

คุณมารู้ตัวได้ไง ?
“ผมรู้ตอนที่ต้องเลือกระหว่างจะเดินไปทางไฟแดงหรืออุโมงค์สว่าง ผมก็เดินไปอุโมงค์สว่างดีกว่า”

พอเขาไปอเมริกาก็คุยกัน ?
“เขาไม่กลับมา ยังไงก็ไม่กลับ ตื้อตั้งนานกว่าจะส่งรูปมาให้ดู จนผมแอบสืบ พี่ติ๊กเพื่อนพี่ตุ๊ก คุยกับพี่ตุ๊กก่อนว่าได้มารูปนึง ปุ้ยหนีไปอเมริกา รูปนี้มันมีป้ายร้านอยู่ร้านหนึ่ง เขาไปซื้อของที่ร้านนี้ สืบให้หน่อย ว่ารัฐนี้อยู่รัฐอะไร พี่ติ๊กก็ไปหาเพื่อนสจ๊วต เต็มไปหมดเลย หาจนเจอว่าอยู่เมืองไหน รัฐอะไร ผมก็เตรียมตัวเลย บินไปง้อ เหมือนในหนังเลย ไปยืนหล่อๆ หน้าร้าน งัดแหวนปั๊บ วาดภาพไว้แบบนี้ แล้วยังไงผมจะไปขอเจ้าของร้าน ไปนอนที่ร้านสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหม เพราะไม่รู้เขาจะมาวันไหน โชคดีร้านนั้นเป็นร้านคนไทย คิดว่าต้องเจอสักวัน สุดท้ายเขากลับมาก่อน”

คุณรู้ได้ไง ?
“เขาบอกเราว่าวันนี้จะกลับแล้วนะ เราก็อุ้ย กำลังจะซื้อตั๋วแล้วเชียว”

ตอนนี้ชีวิตครอบครัวเป็นไง ?
“แฮปปี้ดีครับ ผมแต่งงานกับเขามา 6 ปีแล้ว คบกับเขามา 8-9 ปี รวม 14-15 ปี”

ไม่มีลูก ?
“ไม่มีครับ มีโยอิและน้องหมาอีก 8 ตัว ตอนนี้อบอุ่นดี”

ล่าสุดคุณซื้อภาพวาดคุณแพท พาวเวอร์แพท ?
“เราแค่เป็นคนในวงการที่อยากให้กำลังใจ และให้โอกาสน้อง รวมถึงให้โอกาสคนอื่นๆ ที่อาจทำผิดพลาดในชีวิต บางคนอาจมองคนเหล่านี้ไม่ดี มองในแง่ลบ เราอยากให้มองใหม่ว่าคนเรามีสิทธิ์ผิดพลาดได้ สังคมจะได้น่าอยู่ แล้วผมเห็นภาพนี้ของน้อง ตอนน้องเขาสัมภาษณ์รายการๆ หนึ่ง กล้องแพนไปแว๊บเดียว ผมสะดุดตาอยู่ เป็นภาพจอห์น เลนนอน ถ้าน้องวาดได้ขนาดนี้ น้องต้องเต็มไปด้วยความตั้งใจนะ ผมก็ติดต่อเพื่อนผมไป เพราะเพื่้อนผมเป็นคนดูแลน้องก่อนน้องเข้าเรือนจำ ก็ถามเทดดี้ว่าน้องขายไหม อยากช่วยน้อง เทดดี้เขาก็ไปถามให้ สุดท้ายเขาบอกราคามา เราก็บอกว่าเฮ้ย ไม่ได้ คือน้องจะตั้งราคาแค่นี้ไม่ได้”

ราคาเท่าไหร่ ?
“5 พัน เราก็โอนตังค์ไปให้มากกว่านั้น เขาก็ขอบคุณกลับมา ก็เลยฝากไปบอกน้องว่าอย่าไปประเมินตัวเองต่ำ คือแพทต้องรู้ตัวว่าสิ่งที่แพททำมา มันผิดมันพลาดไป แต่รูปที่แพทวาดขึ้นมา ทุกลายเส้น ทุกสีที่วาดลงไป มันผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะมาก มันเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในชีวิตของคุณ ไม่ควรประเมินค่าตัวเองต่ำ”

ได้คุยตรงๆ กับแพทไหม ?
“น้องโทรมา คุยกับแป๊บเดียว โทรมาขอบคุณ ผมว่าไม่มีอะไร ให้กำลังใจกันเฉยๆ ก็สู้กันต่อไป คนเรามีสิทธิ์ผิดพลาดกันได้ ผมว่าถ้าสังคมไทยมีน้ำใจให้กัน มีความรู้สึกดีให้กัน สังคมจะน่าอยู่”

Next Post

โอ้โห! "อ๋อม สกาวใจ" โพสต์ภาพแซ่บในชุดว่ายน้ำ สะดุดที่เรียวขา ยาวสะดุดตามากแม่

ยืนหนึ่งเรื่องงานขาจริงๆ สำหรับ อ๋อม-สกาวใจ พูนสวั […]

คุณอาจชอบ