ผู้ปกครองโวย ผอ.โรงเรียน ใช้หลานวัย 14 ปี ขึ้นไปซ่อมหลังคา ตกลงมาแขนหัก

SASITHORN

ที่จังหวัดอ่างทอง ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสุบิน อายุ 77 ปี ผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโพธิ์ทอง จ.อ่างทองว่า น้องเต๋า (นามสมมติ) วัย 14 ปี หลานชายของตน เกิดอุบัติเหตุตกจากหลังคาอาคารภายในโรงเรียนสูงประมาณ 5 เมตร จนได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก และมีบาดแผลตามร่างกาย หลังผู้อำนวยการโรงเรียนใช้ให้ขึ้นไปซ่อมแซมหลังคาโรงเรือนด้านหน้าอาคารเรียน ที่ถูกพายุพัดพังเสียหาย ก่อนที่จะพลัดตกลงมา โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา 

นางสุบินเปิดเผยว่าวันดังกล่าวหลานชายตนเดินทางไปฟังผลสอบที่โรงเรียน หลังจากหายไปนาน มีเพื่อนๆ มาบอกว่าน้องเต๋าตกหลังคาได้รับบาดเจ็บ และถูกพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลโพธิ์ทอง ก่อนถูกส่งตัวต่อไปที่โรงพยาบาลอ่างทองเพื่อผ่าตัดแขน เมื่อสอบถามจึงทราบว่าน้องเต๋าขึ้นไปซ่อมหลังคาภายในโรงเรียน ซึ่งตนรู้สึกตกใจ ขนาดต้นมะม่วงเตี้ยๆในละแวกบ้าน ตนยังไม่เคยให้หลานปีน เนื่องจากกลัวตก แต่ทำไมคนเป็นครูจึงกล้าใช้ให้เด็กปีนขึ้นไปบนหลังคาที่สูงขนาดนั้น ซึ่งครั้งนี้ยังดีที่ตกลงมาแค่แขนหักไม่เอาหัวปักลงมาจนเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุทาง ผอ.คนดังกล่าวก็เข้ามาพุดคุยพร้อมให้เงิน 2,300 บาท เพื่อไว้รักษา แต่ที่ตนไม่เข้าใจคือตนส่งหลานไปเรียนไม่ใช่ให้ไปทำงาน หน้าที่ดังกล่าวควรเป็นของช่างหรือภารโรงไม่ใช่เด็กนักเรียน แล้วถ้าหากเกิดเรื่องจนเด็กเสียชีวิตจะทำอย่างไร 

ขณะที่น้องเต๋าเล่าให้ฟังว่าปกติ ผอ.ก็จะใช้ทำงานอยู่เรื่อยๆ วันเกิดเหตุ ผอ.ถามว่าหลังคาพังขึ้นไปซ่อมได้ไหม ซึ่งตนเองก็ต้องทำ เพราะ ผอ.บอกให้ทำ เพราะที่โรงเรียนไม่มีภารโรง ขณะที่ขึ้นไปทำจนเสร็จแล้วอยู่ระหว่างการลง ปรากฏว่าเหยียบพลาดจนกระเบื้องแตกร่วงลงมา ตอนลงมาก็รู้สึกจุกแน่น และรู้สึกเจ็บที่แขนขวา จนกระทั่งทางครูช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นมีบาดแผลตามร่างกายและแขนขวาหัก ซึ่งขณะที่อยู่ที่โรงพยาบาลทาง ผอ.ก็ไปเยี่ยมบ่อย และรับปากว่าจะดูแลจนกว่าจะหาย แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็เงียบหายไป 

ด้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ยอมรับว่าตนเองเป็นคนใช้ให้น้องเต๋าขึ้นไปทำหลังคาจริงๆ เนื่องจากเคยใช้งานกันบ่อยๆ เพราะน้องเต๋าเป็นเด็กยากจน เมื่อมีงานก็จะเรียกใช้ตลอด และให้เงินเพื่อช่วยเหลือ ประกอบกับทางโรงเรียนไม่มีภารโรง ทำให้งานบางอย่างต้องขอให้เด็กช่วยทำ

หลังเกิดเหตุตนเองก็ไม่ได้ทอดทิ้งเข้าไปดูแลตลอดจนกระทั่งกลับบ้าน และเงินไว้ใช้จ่าย 2,300 บาท ในส่วนของประกันอุบัติเหตุของน้องเต๋า ไม่สามารถเบิกได้ เนื่องจากทำไว้เพื่อรักษาที่โรงพยาบาลโพธิ์ทอง แต่น้องเต๋าถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอ่างทอง ทำให้ไม่สามารถเบิกเงินให้ได้

เบื้องต้นจะเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของน้องเต๋าอีกครั้งเพื่อทำความเข้าใจ ในส่วนตัวก็ยอมรับว่าตนเองผิดที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

Next Post

"อนุทิน" ลั่น ไม่ลาออก "ใครไม่ทน ผมทน" ชี้หมอทุกคนในกระทรวงฯ ยังทนได้

วันที่ 25 เม.ย. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แ […]

คุณอาจชอบ