“ยายต้อย” หายเข้าป่านานกว่า 4 วัน ระดมกู้ภัย-สุนัขตำรวจ-ร่มบิน ค้นหาแต่ไร้วี่แวว

SASITHORN

"ยายต้อย" หายเข้าป่านานกว่า 4 วัน ระดมกู้ภัย-สุนัขตำรวจ-ร่มบิน ค้นหาแต่ไร้วี่แวว

ตามหา “ยายต้อย” หญิงวัย 68 ปี หายเข้าป่านานกว่า 4 วัน ระดมทุกวิธีทั้งกู้ภัย-สุนัขตำรวจ-ร่มบิน แม้แต่ไสยศาสตร์ แต่ไร้วี่แวว

(6 ก.พ. 64)  นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์หญิงชราพลัดลงป่า ได้ประสานสุนัขตำรวจ จากตำรวจตะเวนชายแดนที่ 31 ค่ายพระยาจักรี (พิษณุโลก) เพื่อทำภารกิจ ตามนางต้อย สิงโต   อายุ 68 ปี ชาวบ้านหมู่ 14 ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หลงป่า 

นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล  นายอำเภอเมือง เปิดเผยว่า วานนี้ตลอดทั้งวันได้แบ่งกำลังปูพรมค้นหาผู้พลัดหลงป่า โดยเริ่มจาก ทีมร่มบินจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11จังหวัดพิษณุโลก พร้อมแบ่งกำลัง จนท.พิทักษ์ป่า ป่าไม้ ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ฯลฯ เดินเท้าติดตาม นางต้อย สิงห์โต แต่ยังไม่พบ กระทั่งมุ่งเป้าหมายไปเพื่อนบ้านคือ นางบุญช่วย  สีนศรีฉัตร อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นคนที่นางต้อยแวะมาหาเป็นคนสุดท้าย และให้นมกล่องแก่นางต้อย ทราบเพียงว่า นางต้อยวิ่งเข้าไปในป่ามันสำปะหลังและทิ้งกล่องนมไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาค้นรัศมีรอบๆ ก็ไม่พบ  สรุปภาพการเดินค้นหาจำนวน 14 ตารารางกิโลเมตร และใช้ร่มบินค้นตั้งแต่เช้าและเย็น ซึ่งสามารถมองลงมาด้านล่างได้ง่าย แต่ก็ไม่พบตัวนางต้อยแต่อย่างใด

นายยุทธชัย  ปัทมสนธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ 11จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางลงพื้นที่ดู และเน้นการค้นหาที่พบ หลักฐานกล่องนม หรือผู้พบเห็นคนสุดท้าย ซึ่งทีมร่มบิน สามารถบินต่ำ ก็น่าจะเห็นผู้สูญหาย แต่ล่าสุดก็ยังไม่พบ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางต้อยได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ หรือ เข้าวันที่ 4 แล้ว ยังไม่พบวี่แวว ชาวบ้านหลายคนได้ร่วมทีมกู้ภัยเดินเท้าค้นหาไปตามเทือกเขาน้ำดำก็ยังไม่พบ แม้ว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่ง เดินชี้นำทาง เนื่องจากคาดว่า นางต้อย เดินมุ่งหน้าไปตามภูเขาเขตรอยต่อ 3 อำเภอติดต่อ (อ.วัดโบสถ์ อ.วังทอง อ.เมือง) แต่ก็พบ เพียงลำธาร ที่แห้งขอดเหลือเพียงโขดหิน ไม่พบสิ่งใดผิดปกติเว้นเพียงซากสุนัข

เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา ที่บ้านหินลาด ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก บริเวณหลังบ้าน นางต้อย สิงห์โต อายุ 68 ปี ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ลูกของนางต้อย ได้จุดธูปกราบธรณี และเจ้าพ่อเขาซำประตู บอกกล่าวขอโทษแทน นางต้อย ที่แม่อาจจะได้พูดจาล่วงเกินไป ขอให้ช่วยเปิดทางเพื่อให้นำพาตัวนางต้อยกลับบ้าน หากต้องการอะไรก็ขอได้โปรดให้อภัย

 

ในเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีการประชุมสรุปภารกิจค้นหา ยายต้อย โดย มีนายธีระ แนวเงินดี ปลัดอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติการค้นหาและญาติเข้าร่วมสรุปจนทราบว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมาการค้นหา ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันค้นหาในพื้นที่ ความกว้าง 8 กิโลเมตร และความยาว 8 กิโลเมตร หรือ 64 ตารางกิโลเมตร ปรากฎว่าไม่พบตัว ยายต้อย สิงห์โต อายุ 68 ปี ผู้สูญหาย ซึ่งปัจจุบัน มีโรคประจำตัว เช่นหอบหืด และมีอาการหลงลืม จากการประเมิน ผู้สูงอายุไม่น่าจะเดินไปไกลมากถึง 5 กิโลเมตร การค้นหาดังกล่าวได้รับการยอมรับจากญาติของผู้สูญหายว่า เป็นการค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงทำให้ยังไม่ทราบชะตากรรมของนางต้อย ว่าหายตัวไหน

นายธีระ แนวเงินดี ปลัดอำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ได้ปรับลดกำลังคนร่วมค้นหาลง โดยจะเน้นพื้นที่เส้นทางไปบ้านน้ำคบ อำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นบ้านเก่าของยายต้อย โดยจะมีจิตอาสา ญาติพี่น้อง เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่อุทยาน จะใช้การลาดตระเวนประจำวันค้นหายายต้อยด้วย ควบคู่กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ที่กำลังทำการติดตามสืบสวนสอบสวน 2 ประเด็นคือคนหายเพราะได้แจ้งความคนหายเอาไว้แล้ว และประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีติดตัวยายต้อย รวมทั้งได้ประสานไปยังมูลนิธิกระจกเงา เพื่อให้เร่งติดตามตัวคนหายด้วย หากมีเบาะแสเพิ่มเติมก็จะขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยกู้ภัยพิษณุโลกต่อไป

Next Post

สธ.สมุทรสาครมั่นใจสัปดาห์หน้าผู้ติดโควิดลดลง

สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร มั่นใจสัปดาห์หน้าตัวเลขผ […]

คุณอาจชอบ