สาวรถตกเขาหลังหัก สุดอับอาย! หอบสังขารนอนบนพื้นธนาคาร รอเปิดบัญชีเคลมประกัน

SASITHORN

สาวรถตกเขาหลังหัก สุดอับอาย! หอบสังขารนอนบนพื้นธนาคาร รอเปิดบัญชีเคลมประกัน

สาวรถตกเขาหลังหักต้องนอนบนพื้นธนาคาร รอเปิดบัญชีเคลมประกัน เพราะพนักงานไม่ให้แม่ทำธุรกรรมแทน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “ดูสภาพอนาถขนาดไหน ตัองมานอนพื้นเพื่อรอเปิดบัญชี เพื่อรอยื่นเอกสารประกัน มันเกินไปไหม คนไข้นั่งไม่ได้ หลังหัก ขาหัก ใส่เหล็กที่ขา แต่พนักงานบอกว่า ต้องถ่ายรูปและเซ็นเอกสาร โดยให้มานอนรอที่พื้นแบบนี้ ระบบประกันธนาคารคุณ ให้บริการแบบนี้หรา เพื่อนๆ ช่วยกันแชร์หน่อย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เขาจะได้รู้ว่าให้บริการแบบนี้” หลังโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ภาพและข้อความลงไปในโลกออนไลน์ ปร่กฎว่ามีกระแสวิพากษณ์วิจารณ์จากสังคมแบบทัวร์ลง ต่างพากันคอมเมนท์ด่าว่าธนาคารที่ไม่ควรทำกับลูกค้าแบบนี้ 

เมื่อเวลา 15.00 น. (8 ต.ค. 63) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังห้องเช่าแห่งหนึ่ง หลังเทศบาลนครปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบกับ น.ส.สุภาพร อายุ 37 ปี อาชีพค้าขาย กำลังนอนอยู่บนที่นอนปิกนิก ในสภาพพักฟื้น บาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง โดยมีคุณแม่และญาติเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งน้องแจงเองยังไม่สามารถลุกเดินหรือนั่งเองได้ เพราะประสบอุบัติเหตเหตุมาก่อนหน้านี้ น้องแจงเล่าว่าตนไปเที่ยวดอยอ่างขาง ที่จังหวัดเชียงใหม่ และประสบอุบัติเหตุรถตกเขา ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่งทั้ง หลังหัก ขาหัก ใส่เหล็กที่ขา ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ต้องนอนรักษาตัวนานอีกหลายเดือน

ตนเองมีซื้อประกันกับธนาคาร สาขาเกาะพะงัน โดยจ่ายเบี้ยปีละ 2,800 บาท เมื่อประสบอุบัติเหตุจะได้ 25,000 บาท ต่อครั้ง ได้เงินชดเชย วันละ 1,000 บาท แต่ไม่ได้เปิดบัญชีของธนาคารไว้ จึงให้คุณแม่คือนางสัมฤทธิ์ อายุ 61 ปี กับลูกพี่ลูกน้องกันคือ นายสุชาติ อายุ 45 ปี นำเอกสารบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรที่ซื้ออุบัติเหตุไปติดต่อขอเปิดบัญชีกับธนาคาร สาขาปากเกร็ด แต่ได้รับการปฎิเสธ โดยอ้างว่าเจ้าตัวต้องมาเองคุณแม่พยายามชี้แจงว่ามาแล้ว นอนอยู่ในรถ ลงมาไม่ได้ เพราะหลังหัก ขาหัก ธนาคารก็ยังยืนยันต้องมาเอง

ด้วยความที่เราต้องรีบเดินเรื่องเปิดบัญชีเพื่อจะได้ไปเบิกค่ารักษาพยาบาล ก็ให้แม่ชี้แจงทุกอย่างแต่เขาไม่ฟังเลย จนแม่และพี่สุชาติ ต้องไปที่รถแล้วอุ้มตนเองมาที่ธนาคารและนอนอนาถอย่างที่เห็นในคลิป เจ้าหน้าที่ยังมาบอกอีกให้ลุกนั่งมาเซ็นเอกสาร ตนก็บอกลุกไม่ได้ เขายังตะคอกชี้หน้าบอกให้ลุก แล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปตน ตนเองตอนนั้นรู้สึกอายมาย เพราะมีคนเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา หลังจากนั้นตนก็ให้แม่ถ่ายคลิปไว้ เจ้าหน้าที่จึงยอมมาเจรจาและบอกว่าไม่ต้องเปิดบัญชีก็ได้ ใช้บัญชีแม่ตนเองได้เลย 

ก็ไม่เข้าใจว่าธนาคารแห่งนี้เขาวัดคุณค่าของคนที่ตรงไหน วันนั้นแต่งตัวปอนๆ เขาเลยไม่ต้อนรับ ตนมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการให้บริการ ทั้งๆ ที่แม่ของตนได้แจ้งกับทางธนาคาร แล้วว่าตนไม่สะดวก หลังหัก นั่งไม่ได้ รบกวนให้เอาเอกสารมาให้เซ็นที่รถได้ไหม เพราะตนต้องรีบใช้บัญชีไปเคลมประกัน เพราะจะได้มีค่าใช้จ่ายในการไปล้างแผล แต่ทางธนาคารแจ้งว่าไม่มีนโยบายให้พนักงานไปบริการที่รถ พนักงานผู้หญิงก็ชี้หน้าแล้วพูดกับตนไม่ดี สั่งให้ตนนั่ง ซึ่งตนนั่งไม่ได้ แม่ก็เลยเอาผ้าปูที่พื้นและให้ตนนอนรอเพื่อให้ทางธนาคารถ่ายรูปและเปิดบัญชี ตนนอนรอที่พื้นด้วยความเจ็บปวดทั้งกายและใจ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็มองตนแบบสมเพช

ตนก็รู้สึกอาย เสียเกียรติ เสียชื่อเสียง คนในละแวกนี้รู้จักตนหมด เพราะตนเป็นคนปากเกร็ด เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น เพราะวันรุ่งขึ้นทางเจ้าหน้าที่ได้มาที่บ้านพร้อมนำกระเช้า มาขอโทษตนเอง โดยบอกว่าเจ้าหน้าที่ทีชี้หน้าคนนั้นรู้สึกเสียใจและนอนไม่หลับทั้งคิืน ตนไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ขอเพียงอย่าดูคนที่ภายนอก จะมีจะจนก็คนเหมือนกัน อยากให้บริการลูกค้าด้วยความเสมอภาค และไม่อยากให้ลงโทษพนักงานคนใดในธนาคารแห่งนี้

นายสุชาต กล่าวว่า ตนอุ้มน้องไปที่ธนาคาร เมื่อเห็นแล้วแทนที่จะให้ไปรอที่รถก็ไม่เลย ให้นอนรอที่พื้น เข้าใจว่าเอกสารสำคัญต้องมีพยานด้วย แต่กรณีเคสแบบนี้ พนักงานตัดสินใจเองไม่ได้ก็ควรปรึกษาผู้จัดการไหมว่าควรทำยังไง ตนไม่อยากให้ใครตกงาน แต่อยากให้เป็นบทเรียนให้ทางธนาคารแก้ไข ทุกๆ ธนาคาร และไม่ต้องการฟ้องร้องด้วย ต้องการเพียงการบริการที่ดีกว่านี้เท่านั้น

Next Post

ระทึก! ไฟไหม้อาคารสูง 33 ชั้น ในเกาหลีใต้ เปลวเพลิงลุกลามรวดเร็วไหม้ทั้งตึก

สุดระทึก คลิปไฟไหม้อาคารสูง 33 ชั้น ในเกาหลีใต้ ไฟ […]

คุณอาจชอบ