“หมอธีระ” ชี้รัฐต้องยอมรับความจริง คุมโควิดระบาดไม่ได้ แนะเลื่อนแผนเปิดประเทศไปก่อน

SASITHORN

“หมอธีระ” เตือนรัฐต้องยอมรับความจริงคุมระบาดไม่ได้ แนะควรเลื่อนแผนเปิดประเทศไปก่อน

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  โดยระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลกทะลุ 170 ล้านไปแล้ว ในขณะที่อเมริกาก็มียอดติดเชื้อรวมเกิน 34 ล้าน อินเดียแม้จะติดน้อยกว่าสองแสนอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนการตายต่อวันยังสูงมาก ส่วนอาร์เจนติน่าแซงเยอรมันขึ้นเป็นอันดับที่ 9 เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 491,864 คน รวมแล้วตอนนี้ 170,108,840 คน ตายเพิ่มอีก 11,585 คน ยอดตายรวม 3,536,770 คน

สำหรับ 5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังเป็นเช่นเดิม คือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอเมริกา อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักรอิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี บาห์เรน โบลิเวีย เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียบังคลาเทศ ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น ซึ่งขณะนี้มาเลเซียติดเชื้อเพิ่มสูงถึง 8,290 คน ตายเพิ่ม 61 คน ยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องสถานการณ์การระบาดยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การแพร่ระบาดก็สอดคล้องกับทั้งเรื่องธรรมชาติของการระบาดที่มีโอกาสปะทุซ้ำ ยิ่งหากมีการคลายล็อค ไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด มีการพบปะใกล้ชิด แม้จะมีเรื่องการฉีดวัคซีนไปจำนวนไม่น้อย ก็อาจไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ข้างต้น ไทยเราควรนำมาเตรียมรับมือ เพราะความเชื่อว่า จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวหลังจากระดมฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่เกาะหรือจังหวัดแล้วจะรอดพ้นจากการระบาดนั้น อาจไม่เป็นจริง และหากเป็นเช่นนั้น จะทำให้พื้นที่ต่างๆ เกิดการระบาดหนักได้ รวมถึงแพร่ไปยังจังหวัดใกล้เคียงหรือทั่วประเทศตามมา โดยสถานการณ์การระบาดของไทยตอนนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า ควบคุมการระบาดยังไม่ได้ มาตรการต่างๆ ยังไม่เพียงพอ แม้เคยแลกเปลี่ยนไว้หลายครั้งว่า ตามธรรมชาติของการระบาดระลอกสามทั่วโลกเท่าที่เคยติดตามมา หากเราเหมือนเค้าและพยายามควบคุมอย่างเต็มที่ คาดว่า จะลากยาวไปถึงประมาณกลางหรือปลายกรกฎาคม แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ หากนำความเสี่ยงเข้ามาเพิ่มเติมด้วยการเปิดประเทศตามแผนกล่องทรายที่เคยได้ยินกันมา ไม่ชะลอ ไม่เลื่อน ฉากที่เราอาจเจอในอนาคตคือ การติดเชื้อจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจอย่างมหาศาล และยากจะฟื้นฟู ดังนั้น หัวใจสำคัญ ยังเน้นให้ทำดังนี้

1.ขยายศักยภาพระบบการตรวจคัดกรองโรคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำได้มากและต่อเนื่อง

2.เร่งหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยสูง หลากหลาย และมีจำนวนมากสำหรับประชากรทุกคน รองรับสายพันธุ์ต่างๆ ที่กลายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง mRNA vaccines

3.เลื่อนแผนการเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวต่างชาติออกไป

4.ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายสุขภาพท่องเที่ยวเดินทางสำหรับประชาชน ขอให้ป้องกันตัวให้เคร่งครัด รักษาถิ่นฐานบ้านเกิดและที่ทำกินให้ปลอดภัย

Next Post

รพ.มหาราช โคราช ยันวัคซีนมีพอฉีดถึง 31 พ.ค. แน่นอน รอลุ้น "ซิโนฟาร์ม" เดือนหน้า

นายแพทย์เจษฎ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการภา […]

คุณอาจชอบ