เผยข้อมูลอีกด้าน กลุ่มชาติพันธุ์เห็นด้วยรัฐประหารเมียนมา เอือม “ซูจี” บริหาร 5 ปี ไม่เจริญ

SASITHORN

เผยข้อมูลอีกด้าน กลุ่มชาติพันธุ์เห็นด้วยรัฐประหารเมียนมา เอือม "ซูจี" บริหาร 5 ปี ไม่เจริญ

“นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว” นักเขียนชื่อดังของเมืองไทย โพสต์เฟซบุ๊กหลังมีการติดต่อกับชาวเมียนมาถึงปฏิกิริยาที่มีต่อการรัฐประหารของกองทัพ พบว่าผู้นำทางความคิดของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากเห็นด้วยกับการยึดอำนาจของทหารครั้งนี้ เพราะตลอดหลายปีในการปกครองของซูจีและรัฐบาลพรรค NLD ทำในหลายสิ่งที่ประชาชนต่อต้าน ไม่เห็นด้วย ตลอด 5 ปี บ้านเมืองไม่ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเลย

หลังจากเมื่อเช้าวานนี้ (1 ก.พ.) กองทัพเมียนมาตัดสินใจก่อรัฐประหารด้วยการใช้กลไกที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญของประเทศ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 1 ปี ควบคุมตัวนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ประธานาธิบดี รวมทั้งนักการเมืองคนสำคัญหลายคนในพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ก็มีปฏิกิริยาและท่าทีจากทั่วทั้งโลกก็ว่าได้ ซึ่งเกือบทั้งหมดล้วนแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพเมียนมา บ้างก็ประณามการกระทำดังกล่าวเนื่องจากผิดกับหลักการประชาธิปไตย

  • รัฐประหาร? “ออง ซาน ซูจี” พร้อมประธานาธิบดีเมียนมา ถูกทหารควบคุมตัวเช้านี้
  • ทหารเมียนมาประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 ปี ตั้งนายพลเป็นประธานาธิบดีรักษาการ

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งจาก นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว นักเขียนสารคดีดีเด่นแห่งปี พ.ศ. 2551 ซึ่งถือเป็นนักเขียนเพื่อสิทธิมนุษยชนและเป็นผู้สนใจศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างจริงจังคนหนึ่ง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อบ่ายวานนี้ (1 ก.พ.) โดยระบุว่า ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้ เนื่องจากเอือมระอากับการบริหารประเทศของ ออง ซาน ซูจี และพรรค NLD โดยมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้

หลังจากได้ทราบข่าวการควบคุมตัวนางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรค NLD ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่นๆ ของพรรครัฐบาลเมียนมาในช่วงเช้าวานนี้

“ดิฉันจึงเริ่มประสานงานตรวจเช็คจากเพื่อนๆ แหล่งข่าวกลุ่มชาติพันธุ์หลายคนที่ทำงานอยู่ชายแดนไทย และในเมียนมาร์

ในยามสายได้มีข่าวจากกลุ่มชาติพันธุ์ชัดเจนแล้วว่า นายพลมินอ่องหล่ายเป็นผู้นำรัฐประหาร ตอนนี้ทหารพม่าได้เข้าจับกุมนักการเมืองท้องถิ่นที่รัฐบาลซูจีของพรรค NLD แต่งตั้งให้ทำงานอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ดังที่ท่าขี้เหล็กผู้นำท้องถิ่นสังกัดพรรค NLD ของซูจีโดนรวบแล้ว และตามเมืองต่างๆ ทหารได้เข้าล็อคตัวผู้นำที่รัฐบาลซูจีแต่งตั้งไว้แล้ว

แต่ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ และคนของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำงานทางการเมืองโดยตรง ยังไม่โดนอะไร

สำหรับในประเทศเมียนมาร์ ดิฉันได้ประสานงานกับเพื่อนสัญชาติพม่าที่อยู่ในเมียนมาร์ เขาบอกชีวิตชาวบ้านทุกอย่างยังสงบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เพิ่งมีประกาศเป็นทางการในทีวีพม่า ว่ามีการแต่งตั้งอูมินส่วย รองประธานาธิบดีพม่าคนที่ 1 ขึ้นรักษาการประธานาธิบดีชั่วคราว ทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ 1 ปี ก่อนจะมีการเลือกตั้งใหม่ ให้โปร่งใสกว่านี้

และนี่เป็นข้อมูลที่ดิฉันรวบรวมจากเพื่อนกลุ่มชาติพันธุ์ และติดต่อทางสื่อออนไลน์คุยกับเพื่อนในเมียนมาร์ โดยได้รับทราบมาตลอดหลายปี และรวบรวมเหตุการณ์รัฐประหารวันนี้ มีดังนี้

  1. การรัฐประหารครั้งนี้ ทั้งประชาชนพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมาก เป็นส่วนใหญ่ก็ว่าได้ เห็นด้วยกับทหาร ประชาชนไม่เอาด้วยกับซูจีและนักการเมืองพรรค NLD
  2. สำหรับทางกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว แม้หลายปีมานี้ในช่วงรัฐบาลซูจี ทางซูจีจะช่วยชนกลุ่มน้อยหลายอย่าง แต่ก็เหยียบย่ำบีบคั้นชนกลุ่มน้อยมาก บังคับให้ผู้นำทุกกลุ่มชาติพันธุ์ต้องพูดภาษาพม่าในรัฐสภา กระทั่งนักการเมืองพรรค NLD เองจะเสนอแนวคิดใดในสภา ก็ต้องนำเสนอประเด็นที่จะพูดในรัฐสภากับซูจีก่อน จึงจะได้รับโอกาสให้เสนอความเห็นในสภาได้
  3. นักการเมืองเมียนมาร์จำนวนมาก และกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มเจอเรื่องสุดแสบจากซูจีมาตลอด 5 ปี จนเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ จนกระทั่งมีนักการเมืองรุ่นใหม่ทั้งของเมียนมาร์และชนกลุ่มน้อย ไม่เอากับ NLD และเข้ารวมตัวกันกับทหารรุ่นใหม่ เข้าสู่สนามเลือกตั้งในช่วงการเลือกตั้งปลายปีที่ผ่านมา
  4. เช้าวันนี้ เพื่อนกลุ่มชาติพันธุ์บอกกำลังตรวจเช็ค จะเป็นการรัฐประหารยาวหรือทำแค่ควบคุมระยะสั้น เพราะตอนนี้เป็นช่วงเลือกตั้งเสร็จใหม่ๆ เหลือเวลาให้ต้องเปิดรัฐสภาให้ได้ภายใน 10 วัน ถ้าเปิดสภาไม่ได้ ผลเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ ทหารต้องการให้ผลเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะโกงมาก และทางซูจีจะต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่แน่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเอื้อกับการใช้อำนาจของทหารมาก ดังนั้นทหารต้องยึดอำนาจ ตรงนี้กลุ่มชาติพันธุ์ก็ต้องการที่สุดในการแก้ รธน. แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มชาติพันธุ์ก็ถูกบีบบังคับอย่างที่สุดจากซูจีด้วย และกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากได้เมินเฉยไม่เอากับรัฐบาลซูจีไปมากแล้วด้วย
  5. ดิฉันได้สัมภาษณ์ออนไลน์กับเพื่อนสัญชาติเมียนมาร์เมื่อเที่ยงครึ่งของวันนี้ เขาอยู่กลางเมืองใหญ่ในเมียนมาร์ เขาให้รายละเอียดว่า
    – ขณะนี้ทั้งประเทศไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีแต่ WIFI ธนาคารก็หยุดชั่วคราว

    – เมื่อเช้านักการเมืองถูกคุมตัวที่เนปีดอ 31 คน ทั้งหมดเป็นคน NLD ของซูจี และพรรคอื่นๆ ซูจีก็โดนด้วย นักการเมืองมาชุมนุมกันที่เนปีดอตอนเช้าเพราะวันนี้เป็นวันเริ่มประชุมสภาผู้แทนราษฎร

    – ตอนนี้ในประเทศเมียนมายังไม่มีประกาศอะไร ทีวีช่องต่างๆ ในเมียนมาร์ไม่เปิด มีแต่ทีวีช่องทหารอันเดียว ซึ่งที่ออกอากาศให้ประชาชนดูกันอยู่ก็ไม่มีข่าวปัจจุบัน ไม่มีข่าวใหม่ มีแต่ข่าวเมื่อ 2-3 วันก่อน

    – ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเมียนมาร์และผู้ใหญ่ในกลุ่มชาติพันธุ์ที่พบปะติดต่อกัน มีความเห็นว่า ดีที่มีการรัฐประหาร เพราะ NLD ของซูจี โกงเลือกตั้งมาก คนตายแล้วยังมีชื่อไปเลือกตั้ง บางคนชื่อมีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่ถึง 3-4 เมือง และมีการไปเลือกตั้งทุกเมือง คนไม่มีบัตรประชาชน คนอายุไม่ถึงเกณฑ์ ยังเข้าไปเลือกตั้งได้ หลายเมืองมากที่เสียงคนลงคะแนนเกินจำนวนคนมีสิทธิ์จริง การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในพม่า มีการโกงอย่างโจ่งแจ้ง เละเทะมาก

    กระทั่งทหารเอง นายพลมินอ่องหล่ายออกมาบอกหลายครั้ง ให้ตรวจสอบการโกงเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมก่อนเปิดสภา เพราะไม่เป็นประชาธิปไตยจริง ไม่สะอาด ไม่ถูกต้อง มินอ่องหล่ายออกมาบอกหลายครั้ง ซูจีและ NLD ก็ไม่ฟัง จะเปิดสภาให้ได้

    จนเมื่อ 3-4 วันก่อน ทหารกับ NLD ประชุมกันที่เนปีดอ ทหารขอให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้งก่อน ให้ประชาชนได้เห็นความยุติธรรม ความสะอาดโปร่งใสก่อนค่อยเปิดสภา แต่ซูจีและ NLD ไม่ยอม ยืนยันจะเปิดสภาให้ได้

  6. การรัฐประหารครั้งนี้ คนเมียนมาร์และผู้นำทางความคิดของกลุ่มชาติพันธุ์เห็นด้วย เพื่อนดิฉันที่เคยถูกทหารพม่าจับติดคุก และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอด ยืนยันว่า ดีที่มีการรัฐประหาร เขาเห็นด้วยกับการรัฐประหาร เพราะทหารไม่ได้มายึดอำนาจเหมือนครั้งก่อน แต่ทหารมาเป็นนายกสภา อูมินส่วยมารักษาการประธานาธิบดี ภายใน 1 ปีจะมีการเลือกตั้งใหม่

ที่คนจำนวนมาก ผู้นำทางความคิดของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากเห็นด้วยกับการยึดอำนาจของทหารครั้งนี้ เพราะตลอดหลายปีในการปกครองของซูจีและรัฐบาลพรรค NLD ซูจีได้ทำในหลายสิ่งที่ประชาชนต่อต้าน ไม่เห็นด้วย เป็นการกระทำที่แย่มากๆ ตัวอย่างเช่น ซูจีไปเอาคนยุโรป-ฝรั่งต่างประเทศ มาเป็นที่ปรึกษาประเทศจำนวนถึงประมาณ 90 กว่าคน แต่ละคนต้องจ่ายเงินเดือนเขาอย่างน้อยเดือนละ 2000 ยูเอสดอลลาร์ (60,000 บาท) ทั้งที่ประเทศเมียนมาร์ยากจนมาก ประชาชนยากจนมาก ไม่มีเงิน แต่ซูจีเอางบประมาณชาติมาผลาญ ตลอด 5 ปีของรัฐบาลซูจีเสียเงินไปมาก ทั้งที่คนพม่าเองที่เก่งๆ มีความรู้ในเมืองก็มีมาก ซูจีไม่เอาไปปรึกษา เธอเห็นแก่ชาติตะวันตก

ประเทศเมียนมาร์ของเราจะเอาแบบตะวันตกไม่ได้ เราไม่เหมือนกัน ชนกลุ่มน้อยก็มีมาก คนไม่มีการศึกษาก็มาก ตลอด 5 ปีของการปกครองของซูจี บ้านเมืองไม่ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเลย งบประมาณที่ซูจีเอาไปให้ที่ปรึกษาฝรั่ง เอามาช่วยการศึกษาดีกว่า แต่ซูจีและ NLD ไม่ทำ

  • นักวิชาการจุฬา เฉลยเหตุผลเบื้องหลัง ทำไมกองทัพเมียนมาตัดสินใจทำรัฐประหารอีกครั้ง

ที่สำคัญซูจีไม่เห็นหัวชนกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่อยากร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่อยากเอาคนของกลุ่มชาติพันธุ์เข้าร่วมทำงานการเมืองในสภา ซูจีไม่เอาอย่างชัดเจนมาก ดังนั้นรัฐประหารครั้งนี้น่าจะดีกับประเทศของเรา มากกว่าปล่อยให้ซูจีเปิดสภาแล้วตั้งรัฐบาลปกครองประเทศต่อไป

ทั้งหมดนี้ดิฉันรวบรวมจากการสัมภาษณ์เพื่อนสัญชาติพม่า และคนของกลุ่มชาติพันธุ์ในช่วงครึ่งวันที่ผ่านมา”

Next Post

เด้ง! ผกก.สภ.ภูเขียว เซ่นปล่อยม็อบชุมนุมหน้าโรงพัก ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผบช.ภ.3 มีคำสั่งเด้ง ผกก.สภ.ภูเขียว ปล่อยม็อบราษฎร […]

คุณอาจชอบ