“เสรีพิศุทธ์” บอกสุดจะหน่าย นายกฯ ส่งลิ่วล้อทำแต่เรื่องไร้สาระ ฟ้อง ม.112 คนเห็นต่าง

SASITHORN

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และทนายความนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความมาตรา 112 กับ ฮาร์ท  สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล อดีตพิธีกรและนักร้องชื่อดัง

โดยมองว่า จากที่ได้ไปดูการกระทำของสุทธิพงศ์ ก็เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลปกติ ผู้ที่แจ้งความไม่ได้มีความรู้และไปแจ้งความใส่ความผู้อื่น อีกทั้งยังออกมาบอกว่าถ้าหากสุทธิพงศ์ยอมมาพูดคุยกับตนดีๆก็จะถอนแจ้งความ ซึ่งนี่คือเป็นเรื่องที่ไม่มีความรู้ เพราะถ้าหากแจ้งความหมิ่นประมาทสามารถถอนแจ้งความ แต่ถ้าแจ้งความมาตรา 112 ถอนไม่ได้ แต่เมื่อตนตรวจสอบแล้วกลับไม่ใช่การแจ้งความเป็นเพียงการยื่นหนังสือเท่านั้น ตนเหนื่อยหน่ายกับการที่นายกรัฐมนตรี ให้ลิ่วล้อมากระทำการอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์เช่นนี้

ติง ครม.อัดงบกองทัพ 387 ล้าน อ้างโควิด

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงกรณีการตรวจโควิด-19 ที่.ภูเก็ต มีการเก็บเงินค่าตรวจ โดยอ้างว่า งบประมาณหมดแล้ว จึงจำเป็นต้องเก็บเงินในการตรวจโควิดให้กับประชาชน ขอตั้งข้อสังเกตว่าเงินไปไหน เพราะเอาไปทำประชานิยมหมดหรือไม่ เวลานี้ต้องประหยัด แต่รัฐบาลเอาแต่ใช้จ่าย ฉะนั้นการตรวจโรคโควิด -19 ต้องบริการประชาชนและไม่ควรเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องดูแลป้องกัน โรคระบาดให้ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหากมีผู้ร้องทุกข์เรื่องนี้เข้ามาในกรรมาธิการของตน ตนจะดำเนินการอย่างเต็มที่ 

ในส่วนการอนุมัติงบประมาณให้กองทัพในคณะรัฐมนตรี 387 ล้าน เพื่อไปตรวจโควิด -19 หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชี้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง งบนี้ควรนำไปให้ กระทรวงสาธารณสุขมากกว่า สำหรับงบประมาณปี65 ในส่วนงบกองทัพที่จะเข้าสภา ตนเชื่อว่าฝ่ายค้านทุกพรรคคงไม่เห็นด้วยหากมีงบประมาณจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งการจัดสรรงบควรจะต้องเป็นประโยชน์กับประชาชน ควรไปให้ กระทรวงศึกษาธิการ , กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

หรือกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ไปลงที่กองทัพ แต่งบกองทัพ ตอนนี้คงแก้อะไรไม่ได้เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ความสำคัญก็ต้องเป็นทหารก่อนแต่ขณะนี้เมื่อเป็นฝ่ายค้านก็ทำอะไรไม่ได้มาก ถ้าหากให้ตนเป็นรัฐมนตรีกลาโหมสักครั้งก็จะรู้ว่าทหารทุจริตกันอย่างไร ขณะที่เงินกู้ใหม่ ที่กำลังจะกู้เพิ่มอีก 7แสนล้านนั้น ฝ่านค้านก็คงต้องช่วยกันตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงให้ได้ว่ากู้มาแล้วนำไปทำอะไรบ้าง 

ชวนประชาชนไปฉีดวัคซีน แม้จะไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล

ส่วนประเด็นการลงทะเบียนฉีดวัคซีน โควิด-19 นั้น ขณะนี้มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่ส่วนหนึ่งประชาชนก็ยังลังเล เพราะขาดความน่าเชื่อถือจากรัฐบาล เลยไม่กล้่าลงทะเบียนฉีดวัคซีน แต่ทั้งนี้ แม้การทำงานของรัฐบาลจะไม่มีความน่าเชื่อถือ และตนเองก็ไม่ไว้วางใจรัฐบาลนี้ แต่ตนก็อยากเชิญชวนประชาชนรีบลงทะเบียนและฉีดวัคซีน เพราะตนเองก็ไปฉีดมาแล้ว และไม่มีผลกระทบใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดมากไปกว่านี้ 

Next Post

"เกม ดวงพร" ฉีควัคซีนไม่รอแล้วค่ะ ไขข้อข้องใจชาวเน็ต ทำไมดาราได้ฉีดก่อน?

ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่คน […]

คุณอาจชอบ